คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2495

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยและให้ริบของกลางตาม พ.ร.บ.การพนัน เมื่อปรากฏว่าผู้อื่นเป็นเจ้าของของกลางและมิได้รู้เห็นยินยอมในการกระทำผิด-ด้วยแล้ว เจ้าของชอบที่จะยื่นคำร้องต่อศาล ขอให้ศาลสั่งคืนของกลางนั้นแก่ตนและศาลก็ย่อมสั่งให้คืนของกลางแก่เจ้าของได้

คำพิพากษา

1คดีนี ้โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยทั้งสามสมคบกันเล่นการพนันประเภทบิลเลียด ก่อนเวลาที่กฎกระทรวงกำหนดให้เลน พะนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการผิดเงื่อนไข จึงขอให้ลงโทษและริบของกลาง จำเลยทั้งสามรับสารภาพ ศาลชั้นตนพิพากษาลงโทษจำเลยตามฟ้องและริบของกลาง นายกิมเต็ก หรือ เต็ก แซ่โค้ว ร้องต่อศาลว่าโต็ะบิลเลียดและของกลางอื่นที่ศาลสั่งริบเป็นของผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจยินยอมอนุญาตให้จำเลยทำการเล่นพนันดังโจทก์ฟ้องจึงขอให้ศาลสั่งคืนผู้ร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ฟังว่า ผู้ร้องรู้เห็นยินยอมให้จำเลยเล่นการพนันรายนี้ จึงให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์

2ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับให้คืนของกลางแก่ผู้ร้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คดียังไม่มีหลักฐานเพียงพอให้ฟังว่า ผู้ร้องได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิดรายนี้จึงพิพากษายื่นให้คืนของกลางให้ผู้ร้อง

(ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ - นาถปรีชา - ดุลยการณ์โกวิท)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 27, พ.ร.บ.อากรการพนัน ป.วิ.พ. มาตรา 145

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ