คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41/2496
ผล: แก้อัยการสมุทรปราการ โจทก์ นายพุทธ เสีอกลับ ที่ 1, นายอริน หรือ อาริณ แสงนพรัตน์ ที่ 2. จำเลย
ย่อ / หลักกฎหมาย
1กฎหมายฝิ่นไม่ได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่าต้องลงโทษทั้งจำทั้งปรับ ฉะนั้นศาลย่อมลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียวได้ตาม ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา 11, 23. พ.ร.บ.ฝิ่น 2472 แก้ไขเพิ่มเติม 2472 มาตรา 9 บัญญัติให้เรียงกะทงลงโทษตามรายตัวผู้กระทำผิด ฉะนั้นจำนะ ก.ม.-ลักษณะอาญามาตรา 71 มาใช้ไม่ได้./
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันมีฝิ่นโดยมิชอบด้วยกฎหมายไว้ในครอบครอง และสมคบกันสูบฝิ่นนอกร้านโดยมิได้รับอนุญาต. ขอให้ลงโทษ จำเลยรับสารภาพ ศาลขั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๘, ๑๔, ๕๓, ๖๙ แก้ไข พ.ศ. ๒๔๗๖ มาตรา ๙ พ.ร.บ.ฝิ่น (ฉะบับที่ ๖) มาตรา ๖, ๗ ให้จำคุกคนละ ๖ เดือน เพิ่มโทษจำเลยที่ ๒ ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ เป็นโทษจำคุก ๘ เดือน ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑, ๓ เดือน จำคุกจำเลยที่สอง ๔ เดือน.
2โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา, แต่ส่งสำเนาฎีกาแก่จำเลยที่ ๒ไม่ได้. ศาลฎีกาเห็นว่า ตามกฎหมายฝิ่นไม่ได้บัญญัติไว้เป็นพิเศษว่า จะต้องลงโทษทั้งจำทั้งปรับ ศาลย่อมลงโทษจำคุกจำเลยสถานเดียวได้ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๑๑, ๒๓ ส่วนข้อที่โจทก์คัดค้านว่า ต้องเรียงกะทงลงโทษนั้น พ.ร.บ.ฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒ แก้ไขเพิ่มเติม ๒๔๗๖ มาตรา ๙ บัญญัติให้เรียงกะทงลงโทษตามรายตัวผู้กระทำผิด ฉะนั้นจะนำมาตรา ๗๐, ๗๑ ก.ม.ลักษณะอาญาใช้ไม่ได้ จึง
3พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานสูบฝิ่นไม่ได้รับอนุญาต อีกกะทงหนึ่ง นอกจากนี้คงยืน.
(ดุลยการณ์โกวิท - ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ - ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)
ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายใหญ่ ศาลยาชีวิน ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิวาทนฤพุฒิ