คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2497 ย่อ (หลักกฎหมาย) ตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องปฏิบัติการตามกฎหมายเพื่อให้ได้พยานมาให้ศาลสืบในวันเวลากำหนดนัด คดีอาญา ศาลได้นัดพิจารณาและกำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การในวันนัดครั้นถึงวันนัดโจทก์กลับว่าเข้าใจว่าเป็นวันนัดชี้สองสถานโจทก์จึงไม่ระบุพยานและขอหมาย ทั้งทนายโจทก์ป่วย ขอเลื่อนสืบจำเลยคัดค้าน ดังนี้ศาลไม่ อนุญาตให้เลื่อนและพิพากษายกฟ้องโดยถือว่า โจทก์ไม่มีพยานสืบให้สมฟ้องได้ คำพิพากษา คดีนี้ โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานโฆษณาหมิ่นประมาทโจทก์ ในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายวัน ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง หมายเรียกจำเลยมาแก้คดี ถึงวันนัดจำเลยที่ ๑-๒ ยื่นคำให้การแต่จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องว่าป่วยของเลื่อนไปวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ เวลา ๙.๐๐ น. ศาลมีคำสั่งว่านัดพิจารณาไปและให้จำเลยที่ ๓ ยื่นคำให้การในวันนั้น ถึงวันนัดโจทก์จำเลยไปศาลทุกคน โจทก์กลับแถลงต่อศาลว่า เข้าใจว่าเป็นนัดชี้สองสถาน โจทก์จึงไม่ได้ระบุพยานและขอหมาย ทั้งทนายโจทก์ก็ป่วย ขอเสื่อมสืบ จำเลยคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบสมฟ้อง พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับอนุญาตให้โจทก์เลื่อนการพิจารณาได้ตามขอ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่าตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้ได้พยานมาให้ ศาลสืบในวันเวลากำหนดนัด การที่ศาลชั้นต้นสั่งในคำพิพากษาไม่ให้เลื่อน จะสั่งก่อนนั้นหรือไม่ไม่สำคัญเพราะโจทก์มิได้เตรียมพยานมาใช้พร้อมเลย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น องค์คณะ: ดุลยกรณ์พิทารณ์ - ธรรมบัณฑิต - จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 179, ป.วิ.อ. มาตรา 185 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา