คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1006/2500 ย่อ (หลักกฎหมาย) ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษก่อน 8 พ.ย.2499 และพ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาศครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ใช้บังคับ (13 พ.ค.2500) ดังนี้ ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีนั้น คดีมีฎีกาและศาลฎีกาพิพากษาหลังวันที่ 13 พ.ค.2500 ศาลฎีกาย่อมพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างว่า จะเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้. คำพิพากษา ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รวมพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๔๙,๖๐ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกคนละ ๑๐ ปี สำหรับนายแดงจำเลยที่ ๑ ให้เพิ่มโทษตามมาตรา ๗๒ อีก ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๓ ปี ๔ เดือน จำเลยฎีกาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมา แต่เห็นว่ามาในชั้นฎีกานี้ จะเพิ่มโทษนายแดงจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบมิได้ เพราะ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ มาตรา ๓ บัญญัติให้ถือว่า มิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิด จึงพิพากษาแก้ให้จำคุกนายแดง ๑๐ ปี นอกจากนี้พิพากษายืน. องค์คณะ: ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร - จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ - ดุลยกรณ์พิทารณ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 256, กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 72, ป.วิ.อ. มาตรา 214, ป.วิ.อ. มาตรา 225, ป.วิ.อ. มาตรา 15, ป.วิ.พ. มาตรา 142, ป.วิ.พ. มาตรา 242, พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาสครบ 25 พุทธศตวรรษ พ.ศ. 2499 มาตรา 3 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา