ย่อ / หลักกฎหมาย
1ต้องคำพิพากษาให้ลงโทษก่อน 8 พ.ย. 2499 และพ้นโทษไปแล้วก่อนวันที่ พ.ร.บ.ล้างมลทินในโอกาศครบ25พุทธศตวรรษ พ.ศ.2499 ใช้บังคับ (13 พ.ค. 2500) ดังนี้ ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิดในคดีนั้นคดีมีฎีกาและ
2ศาลฎีกาพิพากษาหลังวันที่ 13 พ.ค.2500ศาลฎีกาย่อม พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลล่างว่าจะเพิ่มโทษฐานไม่เข็ดหลาบไม่ได้
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์รวมพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายลักษณะอาญา ม. 249, 60 ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกคนละ 10 ปีสำหรับนายแดงจำเลยที่ 1 ให้เพิ่มโทษตามมาตรา 72 อีก 1 ใน 3 คงจำคุก 13 ปี 4 เดือน
2จำเลยฎีกาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลล่างทั้งสองฟังมา แต่เห็นว่ามาในชั้นฎีกานี้ จะเพิ่มโทษนายแดงจำเลยฐานไม่เข็ดหลาบมิได้เพราะ พ.ร.บ.ล้างมลทินฯ มาตรา 3 บัญญัติให้ถือว่า มิได้เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำผิด จึง
3พิพากษาแก้ให้จำคุกนายแดง 10 ปี นอกจากนี้ พิพากษายืน
(ธรรมบัณฑิตสิทธิศฤงคาร - จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์ - ดุลยกรณ์พิทารณ์)