คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 383/2505 ย่อ (หลักกฎหมาย) คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนหลังพิพาท อ้างว่าเรือนพิพาทเป็นของโจทก์ คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่า เรือนหลังพิพาทเป็นของจำเลย โจทก์ขอให้ขับไล่จำเลย ออกจากเรือนหลังพิพาทไม่ได้ โจทก์จึงนำคดีมาฟ้องใหม่ว่าเรือนหลังพิพาทเป็นของจำเลยได้ ปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์ โดยไม่มีสิทธิขอให้รื้อถอนเรือนหลังนี้ไป ดังนี้ประเด็นที่จะวินิจฉัยไม่ได้อาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ คำพิพากษา ข้อเท็จจริงได้ความว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องจำเลยว่าเรือนไม้เลขสำมะโนครัวที่ ๑๒/๖ รวม ๒๓ ห้องเป็นของโจทก์ ขอให้ศาลขับไล่จำเลยและบริวารออกจากเรือนหลังนี้ คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าเรือนไม้หลักนี้จำเลยซื้อจากการขายทอดตลาดเป็นของจำเลย โจทก์ฟ้องให้ขับไล่จำเลยออกจากเรือนหลังนี้ไม่ได้โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีใหม่ว่าเรือนหลังนี้เป็นของจำเลยปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์โดยไม่มีสิทธิ ขอให้จำเลยรื้อถอนเรือนหลังนี้ไป ่จำเลยตัดฟ้องว่าเป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัย ว่า คดีแดงที่ ๒๔๔๔/๒๕๐๐ ของศาลแพ่งนั้น โจทก์ว่าเรือนไม้เลจสำมะโนครัวที่ ๑๒/๖ รวม ๒๓ ห้อง เป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากเรือนหลังนี้ แต่คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าเรือนหลังนี้ เป็นของจำเลยแต่มาปลูกอยู่ในที่ดินของโจทก์โดยไม่มีสิทธิ ขอให้จำเลย รื้อถอนเรือนนี้ไปประเด็นที่วินิจฉัยไม่ได้อาศํยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องของโจทก์จึงไม่เป็นการฟ้องซ้ำ พิพากษายืน องค์คณะ: ชวน สิงหลกะ - อนุสสรนิติสาร - สำราญ ศิริพันธ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. มาตรา 148 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา