คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 193/2510 ย่อ (หลักกฎหมาย) ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้ตามฟ้องให้โจทก์ในฐานะที่จำเลยเป็นภริยาผู้รับมรดก บ. โดยทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาต้องรับผิดร่วมด้วย แต่ขณะโจทก์ฟ้องจำเลยนั้นยังไม่ได้แบ่งมรดกกันระหว่างทายาท โฉนดยังเป็นชื่อของ บ. เจ้ามรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องเพิ่งโอนรับมรดกในขณะคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ฉะนั้น ถึงแม้ที่ดินพิพาทโอนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนนายแบนเจ้ามรดกก็ตามที่พิพาทก็ยังเป็นทรัพยในกองมรดกของ บ. ซึ่งยังมิได้แบ่งอยู่นั่นเอง โจทก์จึงชอบที่จะยึดที่ดินพิพาทมาบังคับคดีได้โดยไม่ต้องฟ้องทายาทผู้รับมรดกคนอื่น คำพิพากษา กรณีนี้ เดิมศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินกู้ตามฟ้องให้โจทก์ในฐานะที่จำเลยเป็นภริยาผู้รับมรดกนายแบนโดยทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาต้องรับผิดร่วมด้วย โจทก์นำยึดทรัพย์หลายอย่าง แต่ที่พิพาทกันในชั้นนี้คือ ที่ดินโฉนดตราจองที่ ๒๒๔ เพื่อขายทอดตลาด ผู้ร้องที่ ๑, ๓, ๔, ๕ และ ๖ ร้องขัดทรัพย์ว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้อง โดยผู้ร้องเป็นทายาทของนายแบนและได้รับมรดกตกทอดมา ได้แก้ทะเบียนหลังโฉนดตราจองแล้ว ขอให้ปล่อยการยึด ศาลชั้นต้นเห็นว่า ผู้ร้องมิได้เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์ โจทก์จะนำยึดที่ดินซึ่งทายาทโอนรับมรดกไปแล้วไม่ได้ สั่งให้ถอนการยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำร้อง ผู้ร้องที่ ๑, ๓, ๔, ๕ และ ๖ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับกันว่าเดิมโฉนดที่พิพาทมีชื่อนายแบนเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องโอนรับมรดกนายแบนมาในขณะที่โจทก์ฟ้องจำเลยในฐานะผู้รับมรดกนายแบนและคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ ปัญหาว่าโจทก์ผู้เป็นเจ้าของหนี้กองมรดกจะยึดที่ดินโฉนดพิพาทได้หรือไม่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๗๓๖ บัญญัติว่า ตราบใดที่เจ้าหนี้กองมรดกยังไม่ได้รับชำระหนี้ ให้ถือว่าทรัพย์มรดกยังคงอยู่ในระหว่างจัดการ ตามมาตรา ๑๗๓๘ วรรคแรก บัญญัติว่าก่อนแบ่งมรดกเจ้าหนี้กองมรดกจะบังคับชำระหนี้เต็มจำนวนจากกองมรดกก็ได้ และตามมาตรา ๑๗๓๗ เจ้าหนี้จะบังคับสิทธิเรียกร้องต่อทายาทคนใดก็ได้ เมื่อคดีฟังได้ว่า ขณะโจทก์ฟ้องจำเลยยังไม่ได้แบ่งมรดกกันระหว่างทายาท ใบโฉนดยังเป็นชื่อของนายแบนเจ้ามรดกเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ผู้ร้องเพิ่งโอนรับมรดกในขณะคดีอยู่ในระหว่างอุทธรณ์ ถึงแม้ที่ดินพิพาทโอนใส่ชื่อผู้ร้องเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทนนายแบนเจ้ามรดกก็ตาม ที่พิพาทก็ยังเป็นทรัพย์ในกองมรดกของนายแบนซึ่งยังมิได้แบ่งกันอยู่นั่นเอง โจทก์จึงชอบที่จะยึดที่ดินพิพาทมาบังคับคดีได้ พิพากษายืน. องค์คณะ: โกวิท ถิระวัฒน์ - มณี ชุติวงศ์ - ไฉน บุญยก กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 1336, ป.พ.พ. มาตรา 1373, ป.พ.พ. มาตรา 1599, ป.พ.พ. มาตรา 1600, ป.พ.พ. มาตรา 1601, ป.พ.พ. มาตรา 1734, ป.พ.พ. มาตรา 1736, ป.พ.พ. มาตรา 1737, ป.พ.พ. มาตรา 1738, ป.วิ.พ. มาตรา 278, ป.วิ.พ. มาตรา 282, ป.วิ.พ. มาตรา 283, ป.วิ.พ. มาตรา 288 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา