D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2537

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 469/2537

ผล: ยกคำร้อง แพ่ง

คำสั่งคำร้องที่ 469/2537นายอภิดล กัญญามานนท์โจทก์ พันตำรวจโทประเสิรฐ แสงสมพร กับพวกจำเลย ว่าที่ร้อยตรีพันธ์ชัย ตรีกรวิเศษภักดี ทนายจำเลย ที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ความว่า จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีไม่มีการชี้สองสถาน โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบข้อเท็จจริงตามคำฟ้องทั้งหมด จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การและมิได้ขาดนัดพิจารณา ศาลต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากทางนำสืบของโจทก์และจำเลยที่ 1 ทั้งหมดจะกำหนดปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในประเด็นใดประเด็นหนึ่งมิได้เพราะมิได้กำหนดประเด็นไว้ นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ในฐานะเจ้าของและปรากฏชื่อในทะเบียนรถยนต์ ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีนี้ด้วย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ไปจดทะเบียนโอนใส่ชื่อโจทก์ในใบคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ บี.เอ็ม.ดับบลิวรุ่น 520 หมายเลขทะเบียน 1 ง-0494 กรุงเทพมหานคร และ ส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 2 ไม่ไป ให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 ในการจดทะเบียนต่อไปยกฟ้องจำเลยที่ 1

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 74)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 77)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ไม่ได้กล่าวไว้โดยชัดแจ้งว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 249 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 469/2537นายอภิดล กัญญามานนท์โจทก์พันตำรวจโทประเสิรฐ แสงสมพร กับพวกจำเลยว่าที่ร้อยตรีพันธ์ชัย ตรีกรวิเศษภักดี ทนายจำเลยที่ 1ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 249ความว่า

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่า ฎีกาของจำเลยไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1จำเลยที่ 1 เห็นว่า คดีไม่มีการชี้สองสถาน โจทก์มีหน้าที่ต้องนำสืบข้อเท็จจริงตามคำฟ้องทั้งหมด จำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การและมิได้ขาดนัดพิจารณา ศาลต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากทางนำสืบของโจทก์และจำเลยที่ 1 ทั้งหมดจะกำหนดปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยในประเด็นใดประเด็นหนึ่งมิได้เพราะมิได้กำหนดประเด็นไว้ นอกจากนี้จำเลยที่ 1 ในฐานะเจ้าของและปรากฏชื่อในทะเบียนรถยนต์ ย่อมเป็นผู้มีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีนี้ด้วย โปรดมีคำสั่งให้รับฎีกาของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาพิพากษาต่อไปหมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง

2ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ไปจดทะเบียนโอนใส่ชื่อโจทก์ในใบคู่มือการจดทะเบียนรถยนต์ ยี่ห้อ บี.เอ็ม.ดับบลิวรุ่น 520 หมายเลขทะเบียน 1 ง-0494 กรุงเทพมหานคร และ ส่งมอบเอกสารดังกล่าวให้แก่โจทก์ หากจำเลยที่ 2 ไม่ไป ให้ถือเอาคำพิพากษาแสดงเจตนาของจำเลยที่ 2 ในการจดทะเบียนต่อไปยกฟ้องจำเลยที่ 1

3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาดังกล่าว (อันดับ 74)จำเลยที่ 1 จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 77)คำสั่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ฎีกาของจำเลยที่ 1 ไม่ได้กล่าวไว้โดยชัดแจ้งว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ไม่ชอบด้วยข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายอย่างไร เป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 249 ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยที่ 1 นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ให้ยกคำร้อง(พรชัย สมรรถเวช-สถิตย์ ไพเราะ-สมคิด ไตรโสรัส)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:

(พรชัย สมรรถเวช - สถิตย์ ไพเราะ - สมคิด ไตรโสรัส)