คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4488-4490/2555 ย่อ (หลักกฎหมาย) แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ไม่เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ โดยฟ้องต่อศาลตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 65 วรรคสอง แต่เนื่องจากคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 16 เป็นรายบุคคลก็เป็นการฟ้องในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 16 ก็เป็นการฟ้องในฐานะที่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 16 เป็นกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า อันเป็นช่องทางที่กฎหมายให้สิทธิกระทำได้และโจทก์ก็ฟ้องคดีเพื่อให้คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าถูกเพิกถอนไปโดยคำพิพากษาของศาล ไม่ได้ฟ้องให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 16 ซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ารับผิดเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 จะไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าแต่ก็ต้องถูกผูกพันตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าในครั้งนั้น ย่อมไม่อาจกล่าวอ้างการที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมมาปฏิเสธอำนาจฟ้องของโจทก์ได้ ในส่วนของจำเลยที่ 1 กรมทรัพย์สินทางปัญญา มาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ.โอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของกรมทะเบียนการค้าฯ พ.ศ.2534 บัญญัติให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้าและกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรไปเป็นของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ การดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนและการเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนเครื่องหมายการค้าตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมทรัพย์สินทางปัญญาจำเลยที่ 1 เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าวทั้งหมด ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องกรมจำเลยที่ 1 ซึ่งมีอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้แทนกรมจำเลยที่ 1 และเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าด้วยตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 95 จึงเท่ากับเป็นการฟ้องอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้เช่นกัน นอกจากเครื่องหมายการค้าจะทำหน้าที่ระบุตัวสินค้าว่าเป็นสินค้าของผู้ผลิตรายใดและทำหน้าที่แยกแยะความแตกต่างของสินค้าที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ถูกต้องตามที่ต้องการแล้ว เครื่องหมายการค้ายังทำหน้าที่ควบคุมและรับรองคุณภาพของสินค้าในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นไม่เป็นที่เชื่อมั่นของผู้บริโภคในคุณภาพของสินค้า ซึ่งหน้าที่ของเครื่องหมายการค้าในการควบคุมและรับรองคุณภาพของสินค้านี้ปรากฏโดยนัยของมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องและในคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายว่า รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้อนุญาตให้โจทก์แต่เพียงผู้เดียวมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายซึ่งเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีกับสินค้าโสมเกาหลี โสมแดง และผลิตภัณฑ์โสมแดงย่อมแสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่ารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีประสงค์จะควบคุมคุณภาพของสินค้าโสมเกาหลี โสมแดง และผลิตภัณฑ์โสมแดงด้วย จึงอนุญาตให้โจทก์ใช้เครื่องหมายราชการทั้งสามเครื่องหมายของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีกับสินค้าโสมเกาหลี โสมแดง และผลิตภัณฑ์โสมแดงที่โจทก์ผลิตออกจำหน่าย เครื่องหมายราชการทั้งสามเครื่องหมายของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีจึงมีลักษณะเป็นเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าโสมเกาหลี โสมแดง และผลิตภัณฑ์โสมแดงของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นรัฐต่างประเทศอยู่ด้วย ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเครื่องหมายการค้าเลขที่ ค.75608 เลขที่ ค.116909 และเลขที่ ค.120027 เป็นเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศจึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นตามคำฟ้องและคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายดังกล่าวไม่ใช่การวินิจฉัยเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องและคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายอันจะเป็นการไม่ชอบด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบ ป.วิ.พ. มาตรา 142 เครื่องหมายอักษรจีนคำว่า เป็นเครื่องหมายของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นผู้ใช้กับสินค้าโสมแดงกระป๋อง ถือได้ว่าเครื่องหมายคำว่า เป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี แม้ต่อมารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีโดยกระทรวงการคลังได้ก่อตั้งโคเรีย โมโนโปลี คอร์ปอเรชัน เพื่อดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าโสมแดงและผลิตภัณฑ์โสมแดงแทน โดยอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำว่า และภายหลังมีการปรับโครงสร้างของโคเรีย โมโนโปลี คอร์ปอเรชัน เป็นโคเรีย โทแบกโก แอนด์ จินเซ็ง คอร์ปอเรชัน และในที่สุดมีการก่อตั้งบริษัทโจทก์ให้ดำเนินกิจการนั้นและโจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำว่า ต่อไป การใช้เครื่องหมายการค้านี้ก็ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี จึงถือได้ว่าเครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำว่า ยังคงเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นรัฐต่างประเทศอยู่ และนอกจากนี้เครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำดังกล่าวยังมีลักษณะเป็นเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าโสมเกาหลี โสมแดง และผลิตภัณฑ์โสมแดงของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นรัฐต่างประเทศด้วย สำหรับเครื่องหมาย และเครื่องหมาย ที่โคเรีย โทแบกโก แอนด์ จินเซ็ง คอร์ปอเรชัน เป็นผู้เริ่มนำมาใช้กับสินค้าโสมแดงและผลิตภัณฑ์โสมแดง ก็เป็นเครื่องหมายที่มีอักษรจีนคำว่า อันเป็นเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นรัฐต่างประเทศประกอบอยู่ด้วย โดยไม่ปรากฏว่าโคเรีย จินเซ็ง เซนเตอร์ ลิมิเต็ด ผู้ขอจดทะเบียนและผู้มีชื่อเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 และบริษัท ท. ผู้ขอจดทะเบียนและผู้มีชื่อเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายการค้า ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายนี้ให้มาจดทะเบียนในนามตนเองในประเทศไทยได้ เมื่อเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเป็นเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศ และเป็นเครื่องหมายที่ประกอบด้วยเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศ จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 8 (6) แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่มีคำสั่งไม่เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยการฟ้องคดีต่อศาลตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 เมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุต้องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับเครื่องหมายการค้านั้นตามมาตรา 61 (2) ศาลต้องพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ไม่เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นไปเสียทีเดียว ซึ่งมีผลให้การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าวถูกเพิกถอนไปโดยคำพิพากษาของศาล ไม่ใช่พิพากษาให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเป็นผู้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นอีก เรื่องนี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้อง ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบมาตรา 26 และ ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) คำพิพากษา โจทก์ทั้งสามสำนวนฟ้องขอให้พิพากษาว่าเครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค.75608 (คำขอเลขที่ 332128) เครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค.116909 (คำขอเลขที่ 386559) และเครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค.120027 (คำขอเลขที่ 386560) เป็นเครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 15/2556 ที่ 16/2546 และที่ 17/2546 กับให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้า (จำเลยที่ 2 ถึงที่ 16) มีคำสั่งเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค.75608 (คำขอเลขที่ 332128) เครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค.116909 (คำขอเลขที่ 386559) และเครื่องหมายการค้าตามทะเบียนเลขที่ ค.120027 (คำขอเลขที่ 386560) จำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาว่า เครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 ตามคำขอเลขที่ 386559 ทะเบียนเลขที่ ค.116909 และตามคำขอเลขที่ 386560 ทะเบียนเลขที่ ค.120027 เป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ให้เพิกถอนคำสั่งคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ 15/2546 ที่ 16/2546 และที่ 17/2546 และให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 16 เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 ตามคำขอเลขที่ 386559 ทะเบียนเลขที่ ค.116909 และตามคำขอเลขที่ 386560 ทะเบียนเลขที่ ค.120027 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ จำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โคเรีย จินเซ็ง เซ็นเตอร์ ลิมิเต็ด นิติบุคคลซึ่งจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายของเมืองฮ่องกง (ในขณะนั้น) ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอักษรจีนภายในกรอบคำว่า อ่านว่า "เจี่ย-กัว-จัง" เพื่อใช้สำหรับสินค้าจำพวกที่ 5 รายการสินค้า (1) อาหารสำหรับเด็กทารก (2) อาหารสำหรับผู้ป่วย (3) อาหารเสริมสำหรับใช้ในทางการแพทย์ (4) โสม (5) โสมสกัด (6) โสมผ่านกรรมวิธี (7) เครื่องดื่มสำหรับใช้ทางการแพทย์ (8) ขนมหวานที่มีส่วนผสมของโอสถใช้ในทางการแพทย์ (9) สมุนไพร (10) สมุนไพรสกัด (11) ยาควบคุมน้ำหนัก และ (12) ยาบำรุงกำลัง เป็นคำขอเลขที่ 332128 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอดังกล่าว เป็นเครื่องหมายการค้าทะเบียนเลขที่ ค.75608 บริษัทที.ที.เอ. เพอร์เฟคกรุ๊ป จำกัด ได้ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายการค้า เพื่อใช้สำหรับสินค้าจำพวกที่ 5 รายการสินค้า อาหารสำหรับผู้ป่วย อาหารเสริมสำหรับใช้ในทางการแพทย์และยาบำรุงกำลัง เป็นคำขอเลขที่ 386559 และเลขที่ 386560 ตามลำดับ นายทะเบียนเครื่องหมายการค้ารับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอดังกล่าว เป็นเครื่องหมายการค้าทะเบียนเลขที่ ค.116909 และเลขที่ ค.120027 ต่อมาโจทก์ยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำว่า อ่านว่า "เจี่ย-กัว-จัง" หรือ "จึง-กวน-จวง" เพื่อใช้สำหรับสินค้าจำพวกที่ 5 ที่ 29 ที่ 30 ที่ 31 และที่ 32 ตามคำขอเลขที่ 453451 เลขที่ 453452 เลขที่ 453453 เลขที่ 453454 และเลขที่ 453455 และยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า เพื่อใช้สำหรับสินค้าจำพวกที่ 5 ที่ 29 ที่ 30 ที่ 31 และที่ 32 ตามคำขอเลขที่ 453461 เลขที่ 453462 เลขที่ 453463 เลขที่ 453464 และเลขที่ 453465 นายทะเบียนเครื่องหมายการค้าพิจารณาแล้วมีคำสั่งปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ทั้งสิบคำขอดังกล่าวโจทก์อุทธรณ์คำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสิบคำขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าโดยอ้างเหตุผลทำนองเดียวกันว่า ผู้ที่ได้รับการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าไม่ใช่ผู้มีสิทธิในเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว โจทก์อยู่ในระหว่างดำเนินการร้องขอให้มีการเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าดังกล่าว ขอให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ารอการพิจารณาและมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาของศาลเกี่ยวกับการร้องขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าพิจารณาแล้วเห็นควรวินิจฉัยอุทธรณ์ไปโดยไม่รอตามคำขอของโจทก์ และวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของนายทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ปฏิเสธไม่รับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ทั้งสิบคำขอ โจทก์ยื่นคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 เครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386559 ทะเบียนเลขที่ ค.116909 เครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386560 ทะเบียนเลขที่ ค.120027 คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าพิจารณาคำขอของโจทก์ทั้งสามคำขอโดยแยกพิจารณาแต่ละคำขอเป็น 2 ประเด็น ประเด็นที่ 1 โจทก์มีสิทธิยื่นคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามคำขอหรือไม่ ในประเด็นที่ 1 นี้ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้ามีมติวินิจฉัยเช่นเดียวกันทั้งสามคำขอว่า โจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมายและมีสิทธิที่จะยื่นคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามคำขอได้ ตามนัยมาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และประเด็นที่ 2 เครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนในขณะที่จดทะเบียนเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 8 (6) หรือไม่ คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวินิจฉัยปัญหาในประเด็นที่ 2 สำหรับเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 ใจความว่า ที่โจทก์อ้างว่าเครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีที่ได้อนุญาตให้โจทก์แต่ผู้เดียวมีสิทธิในการใช้และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น เมื่อพิจารณาหลักฐานที่โจทก์นำส่ง ได้แก่ สำเนาหนังสือรับรองที่มีข้อความว่าบริษัทโจทก์ (Korea Ginseng Corp.) เป็นบริษัทในเครือของ โคเรีย ที. แอนด์ จินเซ็ง คอร์ป. (Korea T.& Ginseng Corp.) ที่อยู่ในความดูแลของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเครื่องหมายการค้าอักษรจีน อ่านว่า เจี่ย กัว จัง รวมจำนวน 3 เครื่องหมาย ใช้กับสินค้าโสมแดงหรือผลิตภัณฑ์โสมแดงเป็นเครื่องหมายที่รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้เคยใช้มาก่อนตั้งแต่ก่อตั้งรัฐบาลในปี 2491 สำเนาประกาศนียบัตรรางวัลสินค้าชั้นนำของโลกของประเทศสาธารณรัฐเกาหลี สำเนาหนังสือความตกลงระหว่างโคเรีย โทแบกโก แอนด์ จินเซ็ง คอร์ป. (Korea Tobacco & Ginseng Corp.) กับบริษัทโจทก์ (Korea Ginseng Corp.) สำเนาหนังสือคู่มือการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ สำเนาหลักฐานการโฆษณาและการจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ เป็นต้น หลักฐานที่โจทก์นำส่งดังกล่าวไม่ใช่หลักฐานที่เป็นเอกสารรับรองจากรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีอันจะแสดงได้ว่า เครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ข้อเท็จจริงจึงรับฟังไม่ได้ว่าเครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศเครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนในขณะที่จดทะเบียนจึงไม่ใช่เครื่องหมายที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 8 (6) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และไม่มีสาเหตุที่จะเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนตามมาตรา 61 (2) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ส่วนคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอเลขที่ 386559 ทะเบียนเลขที่ ค.116909 และตามคำขอเลขที่ 386560 ทะเบียนเลขที่ ค.120027 คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าวินิจฉัยในประเด็นที่ 2 ใจความทำนองเดียวกันว่า ที่โจทก์อ้างว่าเครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีที่ได้อนุญาตให้โจทก์แต่ผู้เดียวมีสิทธิการใช้และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้น เมื่อพิจารณาหลักฐานที่โจทก์นำส่ง ได้แก่ สำเนาหนังสือรับรองที่มีข้อความว่า บริษัทโจทก์ (Korea Ginseng Corp.) เป็นบริษัทในเครือของโคเรีย ที. แอนด์ จินเซ็ง คอร์ป. (Korea T. & Ginseng Corp.) ที่อยู่ในความดูแลของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ซึ่งเครื่องหมายการค้าอักษรจีน อ่านว่า เจี่ย กัว จัง รวมจำนวน 3 เครื่องหมาย ใช้กับสินค้าโสมแดงหรือผลิตภัณฑ์โสมแดง เป็นเครื่องหมายที่รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้เคยใช้มาก่อนตั้งแต่ก่อตั้งรัฐบาลในปี 2491 สำเนาประกาศนียบัตรรางวัลสินค้าชั้นนำของโลกของประเทศสาธารณรัฐเกาหลี สำเนาหนังสือความตกลงระหว่างโคเรีย โทแบกโก แอนด์ จินเซ็ง คอร์ป. (Korea Tobacco & Ginseng Corp.) กับ บริษัทโจทก์ (Korea Ginseng Corp.) สำเนาหนังสือคู่มือการรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในต่างประเทศ สำเนาหลักฐานการโฆษณาและการจำหน่ายสินค้าในต่างประเทศ เป็นต้น หลักฐานที่โจทก์นำส่งดังกล่าวไม่ใช่หลักฐานที่เป็นเอกสารรับรองจากรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีอันจะแสดงได้ว่าเครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีตามที่โจทก์กล่าวอ้าง ส่วนผู้ได้รับการจดทะเบียนได้นำส่งหลักฐาน เช่น สำเนาใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับยา ชื่อยา "JUNGKWANJANG RED GINSENG TONIC" ที่ผลิตโดยโคเรีย ที. แอนด์ จินเซ็ง คอร์ป. โคเรีย เรด จินเซ็ง แพลนต์ (Korea T. & Ginseng Corp. Korea Red Ginseng Plant) และสถานที่ทำหรือสั่งยาเข้ามาในราชอาณาจักรคือ บริษัทที.ที.เอ เพอร์เฟคกรุ๊ป จำกัด (ผู้ได้รับการจดทะเบียน) สำเนาหนังสือรับรองการขายโดยเสรีของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาประเทศสาธารณรัฐเกาหลีที่รับรองว่า ชื่อผลิตภัณฑ์ "JUNGKWANJANG RED GINSENG TONIC" และ "JUNGKANJANG ILPUM RED GINSENG TONIC" ที่ผลิตโดยโคเรีย ที. แอนด์ จินเซ็ง คอร์ป. โคเรีย เรด จินเซ็ง แพลนต์ (Korea T. & Ginseng Corp. Korea Red Ginseng Plant) สามารถขายได้โดยเสรี มิต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของพระราชบัญญัติกองสุขาภิบาลอาหารของประเทศสาธารณรัฐเกาหลี เป็นต้น จากหลักฐานดังกล่าวจึงไม่อาจรับฟังได้ว่าเครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ เครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนในขณะที่จดทะเบียนจึงไม่ใช่เครื่องหมายการค้าที่มีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 8 (6) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และไม่มีสาเหตุที่จะเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าของผู้ได้รับการจดทะเบียนตามมาตรา 61 (2) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าจึงมีมติให้ยกคำขอของโจทก์ทั้งสามคำขอที่ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนในประเด็นแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 หรือไม่ โดยจำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนอุทธรณ์ว่า จำเลยเหล่านั้นไม่ได้มีการกระทำอันเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ เพราะไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าครั้งที่ 11/2546 เห็นว่า แม้ข้อเท็จจริงจะรับฟังได้เป็นยุติตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางว่า จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าครั้งดังกล่าว แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ไม่เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามคำขอของโจทก์ โดยฟ้องต่อศาลตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 65 วรรคสอง แต่เนื่องจากคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าไม่มีสภาพเป็นนิติบุคคล การที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 16 เป็นรายบุคคลก็เป็นการฟ้องในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า ส่วนจำเลยที่ 3 ถึงที่ 16 ก็เป็นการฟ้องในฐานะที่จำเลยที่ 3 ถึงที่ 16 เป็นกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า อันเป็นช่องทางที่กฎหมายให้สิทธิกระทำได้และโจทก์ก็ฟ้องคดีเพื่อให้คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าถูกเพิกถอนไปโดยคำพิพากษาของศาล ไม่ได้ฟ้องให้จำเลยที่ 3 ถึงที่ 16 ซึ่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้ารับผิดเป็นส่วนตัวแต่อย่างใด แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 จะไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าแต่ก็ต้องถูกผูกพันตามมติของที่ประชุมคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าในครั้งนั้น ย่อมไม่อาจกล่าวอ้างการที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมมาปฏิเสธอำนาจฟ้องของโจทก์ได้ ในส่วนของจำเลยที่ 1 กรมทรัพย์สินทางปัญญา เห็นว่า มาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของกรมทะเบียนการค้า พ.ศ.2534 บัญญัติให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องหมายการค้าและกฎหมายว่าด้วยสิทธิบัตรไปเป็นของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ การดำเนินการเกี่ยวกับการจดทะเบียนและการเปลี่ยนแปลงรายการทะเบียนเครื่องหมายการค้าตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่และการควบคุมของกรมทรัพย์สินทางปัญญา จำเลยที่ 1 เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าวทั้งหมด ดังนั้น การที่โจทก์ฟ้องกรมจำเลยที่ 1 ซึ่งมีอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาเป็นผู้แทนกรมจำเลยที่ 1 และเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าด้วย ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 95 จึงเท่ากับเป็นการฟ้องอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งเป็นประธานกรรมการในคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 1 ได้เช่นกัน อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนต่อไปว่า ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 เครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386559 ทะเบียนเลขที่ ค.116909 และเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386560 ทะเบียนเลขที่ ค.120027 เป็นเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศเป็นการวินิจฉัยเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องและคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมาย อันเป็นคำวินิจฉัยที่ไม่ชอบหรือไม่ ในปัญหานี้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 มาตรา 8 (6) บัญญัติว่า "เครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ห้ามมิให้รับจดทะเบียน... (6)... เครื่องหมายราชการและเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศหรือองค์การระหว่างประเทศ..." ปรากฏตามคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายที่โจทก์ยื่นต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าว่า เหตุในการขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายดังกล่าวโจทก์ระบุว่า เครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายนั้นเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งได้อนุญาตให้โจทก์แต่เพียงผู้เดียวมีสิทธิในการใช้และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย เครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายจึงมีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 8 (6) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และตามคำฟ้องคดีนี้โจทก์ก็อ้างเหตุในการขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายนั้นว่า โจทก์เป็นบริษัทที่อยู่ในความดูแลของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีมีวัตถุประสงค์ดำเนินการผลิตและจำหน่ายสินค้าโสมเกาหลีภายในประเทศและต่างประเทศโจทก์ได้รับอนุญาตแต่ผู้เดียวจากรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีให้มีสิทธิใช้และจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าซึ่งเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีเพื่อใช้กับสินค้าโสมแดงและผลิตภัณฑ์โสมแดงในหลายประเทศทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย เครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีอันมีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 8 (6) ดังกล่าวเช่นเดียวกันกับที่โจทก์ระบุในคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมาย เห็นว่า นอกจากเครื่องหมายการค้าจะทำหน้าที่ระบุตัวสินค้าว่าเป็นสินค้าของผู้ผลิตรายใดและทำหน้าที่แยกแยะความแตกต่างของสินค้าที่ทำให้ประชาชนหรือผู้ใช้สินค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ถูกต้องตามที่ต้องการแล้ว เครื่องหมายการค้ายังทำหน้าที่ควบคุมและรับรองคุณภาพของสินค้า ในกรณีที่เจ้าของเครื่องหมายการค้าอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้านั้นด้วย ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้สินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้านั้นไม่เป็นที่เชื่อมั่นของผู้บริโภคในคุณภาพของสินค้าซึ่งหน้าที่ของเครื่องหมายการค้าในการควบคุมและรับรองคุณภาพของสินค้านี้ปรากฏโดยนัยของมาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ซึ่งบัญญัติว่า "เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้วจะทำสัญญาอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้เครื่องหมายการค้าของตนสำหรับสินค้าที่ได้จดทะเบียนไว้ทั้งหมดหรือบางอย่างก็ได้ สัญญาอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าตามวรรคหนึ่ง ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อนายทะเบียน การขอจดทะเบียนสัญญาอนุญาตดังกล่าวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง แต่คำขอจดทะเบียนนั้นอย่างน้อยต้องแสดงรายการดังต่อไปนี้ (1) เงื่อนไขหรือข้อกำหนดระหว่างเจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นและผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาต ที่จะทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้านั้นสามารถควบคุมคุณภาพของสินค้าของผู้ขอจดทะเบียนเป็นผู้ได้รับอนุญาตได้อย่างแท้จริง (2) สินค้าที่จะได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้านั้น" ดังนี้ การที่โจทก์ระบุในคำฟ้องและในคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายว่า รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้อนุญาตให้โจทก์แต่เพียงผู้เดียวมีสิทธิใช้เครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายซึ่งเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีกับสินค้าโสมเกาหลี โสมแดงและผลิตภัณฑ์โสมแดงย่อมแสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่ารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีประสงค์จะควบคุมคุณภาพของสินค้าโสมเกาหลี โสมแดง และผลิตภัณฑ์โสมแดงด้วย จึงอนุญาตให้โจทก์ใช้เครื่องหมายราชการทั้งสามเครื่องหมายของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีกับสินค้าโสมเกาหลี โสมแดง และผลิตภัณฑ์โสมแดงที่โจทก์ผลิตออกจำหน่าย เครื่องหมายราชการทั้งสามเครื่องหมายของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีจึงมีลักษณะเป็นเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าโสมเกาหลี โสมแดง และผลิตภัณฑ์โสมแดงของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นรัฐต่างประเทศอยู่ด้วย ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า เครื่องหมายการค้าตามทะเบียน เครื่องหมายการค้าเลขที่ ค.75608 เลขที่ ค.116909 และเลขที่ ค.120027 เป็นเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศจึงเป็นการวินิจฉัยในประเด็นตามคำฟ้องและคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายไม่ใช่การวินิจฉัยเกินไปกว่าหรือนอกจากที่ปรากฏในคำฟ้องและคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายอันจะเป็นการไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 26 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 ตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนแต่อย่างใด อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนฟังไม่ขึ้น มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนในประเด็นสุดท้ายว่า พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า เครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 เครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386559 ทะเบียนเลขที่ ค.116909 และเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386560 ทะเบียนเลขที่ ค.120027 เป็นเครื่องหมายราชการหรือเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศอันมีลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 8 (6) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 หรือไม่ เห็นว่า การจะรับฟังว่าเครื่องหมายใดเป็นเครื่องหมายราชการหรือเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพของสินค้าของรัฐต่างประเทศ ไม่มีบทบัญญัติตามกฎหมายใดกำหนดให้ต้องมีหนังสือรับรองของกระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้นมาแสดงเป็นพยานหลักฐานเท่านั้น จึงจะรับฟังได้ การวินิจฉัยข้อเท็จจริงในปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องที่ศาลต้องพิจารณาว่าพยานหลักฐานต่างๆ ที่นำมาแสดงมีความน่าเชื่อถือและสมเหตุสมผลให้รับฟังได้หรือไม่เป็นสำคัญ ซึ่งเห็นได้ว่าทั้งบันทึกคำให้การของนายจุง พนักงานฝ่ายธุรกิจต่างประเทศของโจทก์พร้อมคำแปลเอกสารกับบันทึกคำให้การของนายซุน ข้าราชการแผนกความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลีพร้อมคำแปลเอกสาร มีโนตารีปับลิกรับรองโดยเฉพาะอย่างยิ่งบันทึกคำให้การของนายซุน ข้าราชการแผนกความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งมีหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบและรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ย่อมมีน้ำหนักให้รับฟังได้ยิ่งกว่าหนังสือรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งไม่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับการให้ความคุ้มครองแก่สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศสาธารณรัฐเกาหลี บันทึกคำให้การของพยานทั้งสองตามพยานหลักฐานของโจทก์รับฟังได้โดยสรุปว่า รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีได้ก่อตั้งแผนกควบคุมดูแลโสมเพื่อผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าโสมแดงและผลิตภัณฑ์โสมแดงมาตั้งแต่ปี 2442 ต่อมาปี 2451 ได้โอนแผนกควบคุมดูแลโสมไปสังกัดสำนักงานจัดเก็บภาษี กระทรวงการคลัง ในปี 2483 แผนกควบคุมดูแลโสมเริ่มนำเครื่องหมายอักษรจีนคำว่า ไปใช้กับสินค้าโสมแดงบรรจุกระป๋อง ปี 2491 แผนกควบคุมดูแลโสมถูกโอนไปยังกรมผูกขาดสินค้า ปี 2494 กรมผูกขาดสินค้าได้รับการยกสถานะเป็นสำนักงานผูกขาดสินค้า ปี 2530 สำนักงานผูกขาดสินค้าถูกแปรรูปเป็นโคเรีย โมโนโปลี คอร์ปอเรชัน (Korea Monopoly Corporation) โดยกระทรวงการคลังแห่งสาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด ปี 2532 โคเรีย โมโนโปลี คอร์ปอเรชัน ถูกปรับโครงสร้างเป็นโคเรีย โทแบกโก แอนด์ จินเซ็ง คอร์ปอเรชัน โดยกระทรวงการคลังแห่งสาธารณรัฐเกาหลีเป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมดเช่นกันและในปี 2542 มีการก่อตั้งบริษัทโจทก์ขึ้นเพื่อรับโอนกิจการโสมและธุรกิจโสมแดงจากโคเรีย โทแบกโก แอนด์ จินเซ็ง คอร์ปอเรชัน และโจทก์ยังมีหนังสือรับรองของสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลีที่ออกโดยอธิบดีหรือผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลีที่รับรองข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน พยานหลักฐานของโจทก์เป็นเอกสารที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจำเลยทั้งสิบหกก็ไม่ได้นำสืบหักล้างพยานหลักฐานเหล่านี้ โดยจำเลยที่ 1 ในฐานะหน่วยงานราชการย่อมสามารถติดต่อสอบถามจากสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นหน่วยงานราชการด้วยกันได้โดยไม่ยาก และจำเลยที่ 1 ก็ทราบดีอยู่แล้วว่าหน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาในประเทศสาธารณรัฐเกาหลีดังที่ปรากฏในเว็บไซต์ของจำเลยที่ 1 ตามสิ่งที่พิมพ์ออกจากเว็บไซต์ แม้ว่าในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าโจทก์จะมีหน้าที่เสนอพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามคำขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าให้เป็นที่พอใจของคณะกรรมการ แต่เมื่อโจทก์ได้อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าโดยฟ้องต่อศาลเป็นคดีนี้กับได้เสนอพยานหลักฐานต่างๆ เหล่านั้นต่อศาล จำเลยทั้งสิบหกก็สามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยสอบถามจากสำนักงานทรัพย์สินทางปัญญาแห่งสาธารณรัฐเกาหลีหรือหน่วยงานราชการอื่นของสาธารณรัฐเกาหลีที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการนำมาหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ แต่จำเลยทั้งสิบหกก็หาได้ดำเนินการเช่นนั้นไม่ พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักและเหตุผลให้รับฟังได้มากกว่าพยานหลักฐานของจำเลยทั้งสิบหก ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ตามพยานหลักฐานของโจทก์ กล่าวคือ เครื่องหมายอักษรจีนคำว่า เป็นเครื่องหมายของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นผู้ใช้กับสินค้าโสมแดงกระป๋อง ถือได้ว่าเครื่องหมายอักษรจีนคำว่า เป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี แม้ต่อมารัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีโดยกระทรวงการคลังได้ก่อตั้งโคเรีย โมโนโปลี คอร์ปอเรชัน เพื่อดำเนินกิจการผลิตและจำหน่ายสินค้าโสมแดงและผลิตภัณฑ์โสมแดงแทน โดยอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำว่า และภายหลังมีการปรับโครงสร้างของโคเรีย โมโนโปลี คอร์ปอเรชัน เป็นโคเรีย โทแบกโก แอนด์ จินเซ็ง คอร์ปอเรชัน และในที่สุดมีการก่อตั้งบริษัทโจทก์ให้ดำเนินการนั้นและโจทก์ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำว่า ต่อไป การใช้เครื่องหมายการค้านี้ก็ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลี จึงถือได้ว่าเครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำว่า ยังคงเป็นเครื่องหมายราชการของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นรัฐต่างประเทศอยู่ และนอกจากนี้เครื่องหมายการค้าอักษรจีนคำดังกล่าวยังมีลักษณะเป็นเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าโสมเกาหลี โสมแดงและผลิตภัณฑ์โสมแดงของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นรัฐต่างประเทศด้วยดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น สำหรับเครื่องหมาย และเครื่องหมาย ที่โคเรีย โทแบกโก แอนด์ จินเซ็ง คอร์ปอเรชัน เป็นผู้เริ่มนำมาใช้กับสินค้าโสมแดงและผลิตภัณฑ์โสมแดง ก็เป็นเครื่องหมายที่มีอักษรจีนคำว่า อันเป็นเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐเกาหลีซึ่งเป็นรัฐต่างประเทศประกอบอยู่ด้วย โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าโคเรีย จินเซ็ง เซนเตอร์ ลิมิเต็ด ผู้ขอจดทะเบียนและผู้มีชื่อเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 และบริษัท ที.ที.เอ. เพอร์เฟคกรุ๊ป จำกัด ผู้ขอจดทะเบียนและผู้มีชื่อเป็นเจ้าของเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386559 ทะเบียนเลขที่ ค.116909 และเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386560 ทะเบียนเลขที่ ค.120027 ได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจหรือมีสิทธิในเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายนี้ให้มาจดทะเบียนในนามตนเองในประเทศได้ เมื่อเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายเป็นเครื่องหมายที่มีลักษณะเป็นเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศ และเป็นเครื่องหมายที่ประกอบด้วยเครื่องหมายราชการและเครื่องหมายควบคุมและรับรองคุณภาพสินค้าของรัฐต่างประเทศ จึงเป็นเครื่องหมายการค้าที่มีหรือประกอบด้วยลักษณะต้องห้ามมิให้รับจดทะเบียนตามมาตรา 8 (6) แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าทั้งสามเครื่องหมายตามคำฟ้องนั้น ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ข้อนี้ของจำเลยทั้งสิบหกทั้งสามสำนวนฟังไม่ขึ้นเช่นกัน อนึ่ง โดยที่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์อุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่มีคำสั่งไม่เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าโดยการฟ้องคดีต่อศาลตามมาตรา 65 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 เมื่อศาลเห็นว่ามีเหตุต้องเพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับเครื่องหมายการค้านั้นตามมาตรา 61 เช่นในคดีนี้แล้ว ศาลต้องพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าที่ไม่เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าและพิพากษาให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นไปเสียทีเดียว ซึ่งมีผลให้การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าถูกเพิกถอนไปโดยคำพิพากษาของศาล ไม่ใช่พิพากษาให้คณะกรรมการเครื่องหมายการค้าเป็นผู้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้านั้นอีกดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษามา เรื่องนี้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศเห็นควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขเสียให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ.2539 มาตรา 45 ประกอบมาตรา 26 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) พิพากษาแก้เป็นว่า ให้เพิกถอนการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 332128 ทะเบียนเลขที่ ค.75608 เครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386559 ทะเบียนเลขที่ ค.116909 และเครื่องหมายการค้า ตามคำขอเลขที่ 386560 ทะเบียนเลขที่ ค.120027 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ องค์คณะ: ปริญญา ดีผดุง - อร่าม เสนามนตรี - ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.พ. มาตรา 55, ป.วิ.พ. มาตรา 142, ป.วิ.พ. มาตรา 183, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 4, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 8, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 61, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 65, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 68, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 95, พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26, พ.ร.บ.จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 45, พ.ร.บ.โอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ และของกรมศิลปากร กระทรวงศึกษาธิการไปเป็นของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2535 มาตรา 3 แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา