D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2567

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 41/2567

ผล: แก้ อาญา

พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นาย ม. จำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 เวลากลางวัน จำเลยมีเมทแอมเฟตามีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ชนิดเม็ด 200 เม็ด น้ำหนักสุทธิ 19.250 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 3.903 กรัม และชนิดเกล็ดสีขาว 7 ถุง น้ำหนักสุทธิ 31.530 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 30.199 กรัม รวมทั้งสองชนิด น้ำหนักสุทธิ 50.780 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 34.102 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย จำเลยเสพเมทแอมเฟตามีน จำนวนและน้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด โดยวิธีนำเมทแอมเฟตามีนใส่ลงในอุปกรณ์การเสพและใช้ไฟลนจนเกิดควันแล้วสูดรับเข้าสู่ร่างกาย และจำเลยเสพกัญชา อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 จำนวนและน้ำหนักเท่าใดไม่ปรากฏชัด โดยวิธีนำกัญชาหั่นใส่ลงในอุปกรณ์การเสพและใช้ไฟลนจนเกิดควันแล้วสูดรับเข้าสู่ร่างกาย อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่ตำบลท่าศาลา อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยได้พร้อมยึดเมทแอมเฟตามีนดังกล่าว โทรศัพท์เคลื่อนที่ 1 เครื่อง ซึ่งใช้ในการติดต่อซื้อขายเมทแอมเฟตามีน เครื่องชั่งดิจิทัล 1 เครื่อง ซึ่งใช้ในการชั่งน้ำหนักเมทแอมเฟตามีน ถุงพลาสติกใสกันกระแทก 1 ใบ ซองบุหรี่ 1 ซอง ถุงพลาสติกใสชนิดกดปิดเลื่อนเปิด 160 ใบ ซึ่งใช้ในการแบ่งบรรจุเมทแอมเฟตามีน และอุปกรณ์การเสพเมทแอมเฟตามีน 1 อัน เป็นของกลาง ก่อนคดีนี้ เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2559 จำเลยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 3 ปี 9 เดือน และปรับ 300,000 บาท ฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อย 3904/2559 ของศาลอาญา จำเลยกลับมากระทำความผิดในคดีนี้อีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 58, 66, 91, 92, 97, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 92 เพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย และริบของกลาง

2จำเลยให้การรับสารภาพ และรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 104, 145 วรรคสาม (2), 162 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 58 วรรคสอง, 92 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป จำคุก 30 ปี และปรับ 600,000 บาท ฐานเสพเมทแอมเฟตามีน จำคุก 2 เดือน ฐานเสพกัญชา จำคุก 1 เดือน รวมจำคุก 30 ปี 3 เดือน และปรับ 600,000 บาท เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 40 ปี 3 เดือน 30 วัน และปรับ 800,000 บาท

3จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 20 ปี 1 เดือน 30 วัน และปรับ 400,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 หากต้องกักขังแทนค่าปรับให้กักขังเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 2 ปี ริบของกลาง

4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดียาเสพติด พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานเสพกัญชา อันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

5จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว คดี

6มี ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเพียงว่า จำเลยมีความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไปตามประมวลกฎหมายยาเสพติดมาตรา 145 วรรคสาม (2) ตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่า เมทแอมเฟตามีนของกลางชนิดเม็ดมีจำนวน 200 เม็ด และชนิดเกล็ดสีขาว 7 ถุง รวมทั้งสองชนิดคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 34.102 กรัม และตามบันทึกการตรวจค้นจับกุม บันทึกการซักถาม คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลย ตามเอกสารหมาย จ.1 จ.2 และ จ.9 ตามลำดับ ได้ความว่า จำเลยเพิ่งจำหน่ายยาเสพติดดังกล่าวแก่ลูกค้าประมาณ2 ถึง 3 เดือน ก่อนถูกจับกุมในคดีนี้ โดยจำเลยจำหน่ายให้แก่กลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านและชาวประมงที่ออกทะเลเพื่อไปจับสัตว์น้ำแถวบ้านของจำเลย ดังนั้น เมื่อพิจารณาถึงจำนวนและปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ของเมทแอมเฟตามีนของกลาง ประกอบกับจำเลยเพิ่งจำหน่ายเพียง 2 ถึง 3 เดือนก่อนถูกจับกุมคดีนี้ กับจำหน่ายให้แก่กลุ่มวัยรุ่นในหมู่บ้านและชาวประมงแถวบ้านจำเลยที่จะออกทะเลไปจับสัตว์น้ำเท่านั้น ตามพฤติการณ์ของจำเลยยังไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสังคมอย่างกว้างขวางนัก แต่ถือว่าจำเลยมีเมทแอมเฟตามีนของกลางไว้เพื่อแสวงหาประโยชน์ที่จะได้รับจากการจำหน่ายเป็นการทั่วไป และหากมีการจำหน่ายและส่งมอบต่อไปย่อมแพร่กระจายไปยังผู้เสพหลายคนโดยสภาพ จึงเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสอง (1) (2) ที่

7ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าการกระทำของจำเลยทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป ตามมาตรา 145 วรรคสาม (2) นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น

8พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 90, 145 วรรคสอง (1) (2) ฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน จำคุก 15 ปี และปรับ 600,000 บาท เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 20 ปี และปรับ 800,000 บาท

9จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี และปรับ 400,000 บาท เมื่อรวมกับโทษจำคุก 1 เดือน 10 วัน ฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว เป็นจำคุก 10 ปี 1 เดือน 10 วัน และปรับ 400,000 บาท นอกจากที่แก้ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

(อดิศักดิ์ ปัตรวลี - สุวิทย์ พรพานิช - สุจินต์ เชี่ยวชาญศิลป์)

ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นางกรรณกมล เตรัตน์ ศรีศุภรางค์กุล ศาลอุทธรณ์ - นายสุรัตน์ชัย ศิลาภากุล