คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141/2500

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1จำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย (ผู้ตาย) ด้วยกันโดยจำเลยที่ 2 มีสาเหตุเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วย และจำเลยที่ 1 ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 เข้าเตะนายบุญช่วย ๆ กระโดดหนี จำเลยที่ 1 ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่ 2ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ 1 แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันที แล้วจำเลยทั้งสองหนีไปด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 ฆ่านายบุญช่วยตาย.เรื่อง ฆ่าคนตายโดยเจตนา ได้ความว่าจำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย (ผู้ตาย) ด้วยกัน โดยจำเลยที่ ๒ มีสาเหตเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วย และจำเลยที่ ๑ ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วย เมื่อจำเลยที่ ๒ เข้าเตะนายบุญช่วย ๆ กระโดดหนี จำเลยที่ ๑ ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่ ๒ ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ ๑ แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันที แล้วจำเลยทั้งสองจึงหนีไปด้วยกัน ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๔๙ จำคุกคนละ ๑๕ ปี ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นที่กล่าวข้างต้นนั้นเหมือนกัน แต่เห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งจำเลยยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ ฆ่านายบุญช่วย

2พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๓๓๘(๓) จำคุก ๑ เดือน นอกจากนี้ที่แก้คงยืน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งจำเลยที่ ๒ ดังกล่าวข้างต้น เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ ฆ่านายบุญช่วยจริงดังข้อหา

3พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1141/2500อัยการจังหวัดระยองโจทก์นายเชียรหรือวิเชียร บังเกิดลาภ กับพวกรวมกัน 2 คนจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 249, ม. 63จำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย (ผู้ตาย) ด้วยกันโดยจำเลยที่

คำพิพากษา

12 มีสาเหตุเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วย และจำเลยที่ 1 ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วย เมื่อจำเลยที่ 2 เข้าเตะนายบุญช่วย ๆ กระโดดหนี จำเลยที่ 1 ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่ 2ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ 1 แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันที แล้วจำเลยทั้งสองหนีไปด้วยกัน พฤติการณ์ของจำเลยที่ 2 ดังกล่าวนี้ถือว่าเป็นการสมคบกับจำเลยที่ 1 ฆ่านายบุญช่วยตาย.เรื่อง ฆ่าคนตายโดยเจตนา ได้ความว่าจำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย (ผู้ตาย) ด้วยกัน โดยจำเลยที่ ๒ มีสาเหตเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วย และจำเลยที่ ๑ ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วย เมื่อจำเลยที่ ๒ เข้าเตะนายบุญช่วย ๆ กระโดดหนี จำเลยที่ ๑ ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่ ๒ ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ ๑ แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันที แล้วจำเลยทั้งสองจึงหนีไปด้วยกัน ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๔๙ จำคุกคนละ ๑๕ ปี ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นที่กล่าวข้างต้นนั้นเหมือนกัน แต่เห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งจำเลยยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ ฆ่านายบุญช่วย

2พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๓๓๘(๓) จำคุก ๑ เดือน นอกจากนี้ที่แก้คงยืน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งจำเลยที่ ๒ ดังกล่าวข้างต้น เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ ฆ่านายบุญช่วยจริงดังข้อหา

3พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามศาลชั้นต้น(มนูกิจวิมลอรรถ-ดุลยพากย์สุวมัณฑ์-ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)นายจำรัส อมรสุข - นายสนิท สุมาวงศ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: เรื่อง ฆ่าคนตายโดยเจตนา ได้ความว่าจำเลยทั้งสองเดินเข้ามาหานายบุญช่วย (ผู้ตาย) ด้วยกัน โดยจำเลยที่ ๒ มีสาเหตเป็นอริอยู่กับนายบุญช่วย และจำเลยที่ ๑ ก็ถือมีดปลายแหลมมาด้วย เมื่อจำเลยที่ ๒ เข้าเตะนายบุญช่วย ๆ กระโดดหนี จำเลยที่ ๑ ถือมีดตามนายบุญช่วยติดไป จำเลยที่ ๒ ก็ตามไปด้วยจนจำเลยที่ ๑ แทงนายบุญช่วยล้มลงขาดใจตายทันที แล้วจำเลยทั้งสองจึงหนีไปด้วยกัน ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยทั้งสองตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๒๔๙ จำคุกคนละ ๑๕ ปี ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงเช่นที่กล่าวข้างต้นนั้นเหมือนกัน แต่เห็นว่าตามพฤติการณ์แห่งจำเลยยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ ฆ่านายบุญช่วย

4พิพากษาแก้ว่า จำเลยที่ ๒ มีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายตามกฎหมายลักษณะอาญา ม.๓๓๘(๓) จำคุก ๑ เดือน นอกจากนี้ที่แก้คงยืน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์แห่งจำเลยที่ ๒ ดังกล่าวข้างต้น เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยที่ ๒ ได้สมคบกับจำเลยที่ ๑ ฆ่านายบุญช่วยจริงดังข้อหา

5พิพากษาแก้ศาลอุทธรณ์ ให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ตามศาลชั้นต้น

(มนูกิจวิมลอรรถ - ดุลยพากย์สุวมัณฑ์ - ดุลยทัณฑ์ชนาณัติ)

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ