D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2486

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2486

อัยการปทุมธานีโจทก์ น.ช.เชื้อ แก้วประดับจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ลักเสี้ยนตาลที่ทางเรือนจำซื้อมาสานหมวกส่งไปขายและเปนตัวอย่างสินค้า ไม่ไช่ซื้อมาไช้ราชการ ต้องลงโทสตามาตรา 288 หาไช่มาตรา 294(4) ไม่.ได้ความว่าจำเลยเปนนักโทสหยู่ไนเรือนจำจังหวัดปทุมธานี ลักเสี้ยนตาลของเรือนจำไปหนัก ๒ กิโลกรัมเสส ราคา ๒ บาท ๕๒ สตางค์ ซึ่งทางเรือนจำซื้อมาสานหมวกส่งไปขายและเอาไว้เปนตัวหย่างสินค้าบ้าง. สาลชั้นต้นเห็นว่าเสี้ยนตาลรายนี้ไม่ไช่ของไช่สำหรับราชการนอกจากทำสินค้า จึงพิพากสาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ กดหมายอาญา สาลอุธรน์พิพากสายืน. โจทดีกาขอไห้ลงโทสจำเลยตามกดหมายอาญามาตรา ๒๙๔(๔) สาลดีกาเห็นว่า มาตรา ๒๙๔(๔) บัญญัติว่า "ลักทรัพย์ที่จะไช้สำหรับราชการ ฯลฯ" ส่วนคดีนี้ได้ความว่า เสี้ยนตาลที่จำเลยลักนั้น เรือนจำซื้อมาทำหมวกขายและเปนตัวหย่างสินค้าซึ่งเปนการค้าขายหารายได้ หาไช่เปนของที่จะไช้สำหรับราชการไม่ จึงพิพากสายืนตาม. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2486อัยการปทุมธานีโจทก์น.ช.เชื้อ แก้วประดับจำเลย ป.อ. ม. 288, ม. 294 (4)ลักเสี้ยนตาลที่ทางเรือนจำซื้อมาสานหมวกส่งไปขายและเปนตัวอย่างสินค้า ไม่ไช่ซื้อมาไช้ราชการ ต้องลงโทสตามาตรา 288 หาไช่มาตรา 294(4) ไม่.ได้ความว่าจำเลยเปนนักโทสหยู่ไนเรือนจำจังหวัดปทุมธานี ลักเสี้ยนตาลของเรือนจำไปหนัก ๒ กิโลกรัมเสส ราคา ๒ บาท ๕๒ สตางค์ ซึ่งทางเรือนจำซื้อมาสานหมวกส่งไปขายและเอาไว้เปนตัวหย่างสินค้าบ้าง. สาลชั้นต้นเห็นว่าเสี้ยนตาลรายนี้ไม่ไช่ของไช่สำหรับราชการนอกจากทำสินค้า จึงพิพากสาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ กดหมายอาญา สาลอุธรน์พิพากสายืน. โจทดีกาขอไห้ลงโทสจำเลยตามกดหมายอาญามาตรา ๒๙๔(๔) สาลดีกาเห็นว่า มาตรา ๒๙๔(๔) บัญญัติว่า "ลักทรัพย์ที่จะไช้สำหรับราชการ ฯลฯ" ส่วนคดีนี้ได้ความว่า เสี้ยนตาลที่จำเลยลักนั้น

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1เรือนจำซื้อมาทำหมวกขายและเปนตัวหย่างสินค้าซึ่งเปนการค้าขายหารายได้ หาไช่เปนของที่จะไช้สำหรับราชการไม่ จึงพิพากสายืนตาม.()ศาลชั้นต้น - นาย+ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่าจำเลยเปนนักโทสหยู่ไนเรือนจำจังหวัดปทุมธานี ลักเสี้ยนตาลของเรือนจำไปหนัก ๒ กิโลกรัมเสส ราคา ๒ บาท ๕๒ สตางค์ ซึ่งทางเรือนจำซื้อมาสานหมวกส่งไปขายและเอาไว้เปนตัวหย่างสินค้าบ้าง. สาลชั้นต้นเห็นว่าเสี้ยนตาลรายนี้ไม่ไช่ของไช่สำหรับราชการนอกจากทำสินค้า จึงพิพากสาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘ กดหมายอาญา สาลอุธรน์พิพากสายืน. โจทดีกาขอไห้ลงโทสจำเลยตามกดหมายอาญามาตรา ๒๙๔(๔) สาลดีกาเห็นว่า มาตรา ๒๙๔(๔) บัญญัติว่า "ลักทรัพย์ที่จะไช้สำหรับราชการ ฯลฯ" ส่วนคดีนี้ได้ความว่า เสี้ยนตาลที่จำเลยลักนั้น เรือนจำซื้อมาทำหมวกขายและเปนตัวหย่างสินค้าซึ่งเปนการค้าขายหารายได้ หาไช่เปนของที่จะไช้สำหรับราชการไม่ จึงพิพากสายืนตาม.