D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2491

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2491

ผล: ยืน

อัยยการกบินทร์บุรีโจทก์ นายชม สุวรรณพรจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1โจทก์ฟ้องฐานฆ่าคนตาย จำเลยต่อสู้ว่า กระทำโดยบรรดาลโทษะตามมาตรา 55 จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า กระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวตามมาตรา 49(2) ได้ พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุได้ความว่า นายสอนผู้ตายเมาสุรามาท้าทายจำเลยที่บ้านของจำเลย จำเลยอยู่บนเรือนกำลังจะกินข้าว จำเลยไม่ลงไป ผู้ตายกลับขึ้นไปบนเรือนของจำเลย ใช้ไม้ตีจำเลย ๑ ที ถูกหน้าผากแตกโลหิตไหล จำเลยคว้ามีดขอฟันผู้ตาย ๑ ทีถูกที่คอ ผู้ตายพลัดตกเรือนและขาดใจตาย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ ลดฐานบรรดาลโทษะตามมาตรา ๕๕ และลดฐานรับสารภาพตามมาตรา ๕๙ คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน

2จำเลยอุทธรณ์ว่า ควรได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา ๔๙(๒) เพราะทำเพื่อป้องกันตัว ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทำเพื่อป้องกันตัว อันควรได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา ๕๐

3พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำโดยบรรดาลโทษะ จำเลยย่อยมยกในชั้นอุทธรณ์ว่า กระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ผู้ตายบังอาจขึ้นไปตีจำเลยถึงบนเรือน ตีแล้วยังถือไม้อยู่ จำเลยถูกทำร้ายและเป็นเวลาปัจจุบันทันด่วน จำเลยจึงหยิบมีดขอฟันผู้ตายไป ๑ ที่ ถูกผู้ตายตาย การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

4พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 808/2491อัยยการกบินทร์บุรีโจทก์นายชม สุวรรณพรจำเลย ป.วิ.อ. ม. 195 กฎหมายลักษณะอาญา ม. 49, ม. 50, ม. 55โจทก์ฟ้องฐานฆ่าคนตาย จำเลยต่อสู้ว่า กระทำโดยบรรดาลโทษะตามมาตรา 55 จำเลยย่อมยกขึ้นอ้างในชั้นอุทธรณ์ว่า กระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวตามมาตรา 49(2) ได้ พฤตติการณ์ที่ถือว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุได้ความว่า

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1นายสอนผู้ตายเมาสุรามาท้าทายจำเลยที่บ้านของจำเลย จำเลยอยู่บนเรือนกำลังจะกินข้าว จำเลยไม่ลงไป ผู้ตายกลับขึ้นไปบนเรือนของจำเลย ใช้ไม้ตีจำเลย ๑ ที ถูกหน้าผากแตกโลหิตไหล จำเลยคว้ามีดขอฟันผู้ตาย ๑ ทีถูกที่คอ ผู้ตายพลัดตกเรือนและขาดใจตาย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ ลดฐานบรรดาลโทษะตามมาตรา ๕๕ และลดฐานรับสารภาพตามมาตรา ๕๙ คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน

2จำเลยอุทธรณ์ว่า ควรได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา ๔๙(๒) เพราะทำเพื่อป้องกันตัว ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทำเพื่อป้องกันตัว อันควรได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา ๕๐

3พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำโดยบรรดาลโทษะ จำเลยย่อยมยกในชั้นอุทธรณ์ว่า กระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ผู้ตายบังอาจขึ้นไปตีจำเลยถึงบนเรือน ตีแล้วยังถือไม้อยู่ จำเลยถูกทำร้ายและเป็นเวลาปัจจุบันทันด่วน จำเลยจึงหยิบมีดขอฟันผู้ตายไป ๑ ที่ ถูกผู้ตายตาย การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

4พิพากษายืน(นาถปริญญา-ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ-นาถปรีชา)ศาลชั้นต้น - ขุนเชาวนพัฒนจรูญศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่า นายสอนผู้ตายเมาสุรามาท้าทายจำเลยที่บ้านของจำเลย จำเลยอยู่บนเรือนกำลังจะกินข้าว จำเลยไม่ลงไป ผู้ตายกลับขึ้นไปบนเรือนของจำเลย ใช้ไม้ตีจำเลย ๑ ที ถูกหน้าผากแตกโลหิตไหล จำเลยคว้ามีดขอฟันผู้ตาย ๑ ทีถูกที่คอ ผู้ตายพลัดตกเรือนและขาดใจตาย โจทก์จึงฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ศาลชั้นต้นลงโทษจำเลย ตามกฎหมายลักษณะอาญามาตรา ๒๔๙ ลดฐานบรรดาลโทษะตามมาตรา ๕๕ และลดฐานรับสารภาพตามมาตรา ๕๙ คงจำคุก ๓ ปี ๙ เดือน

5จำเลยอุทธรณ์ว่า ควรได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา ๔๙(๒) เพราะทำเพื่อป้องกันตัว ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยทำเพื่อป้องกันตัว อันควรได้รับยกเว้นโทษตามมาตรา ๕๐

6พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยกระทำโดยบรรดาลโทษะ จำเลยย่อยมยกในชั้นอุทธรณ์ว่า กระทำเพราะจำเป็นเพื่อป้องกันตัวได้ เพราะเป็นปัญหาเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ผู้ตายบังอาจขึ้นไปตีจำเลยถึงบนเรือน ตีแล้วยังถือไม้อยู่ จำเลยถูกทำร้ายและเป็นเวลาปัจจุบันทันด่วน จำเลยจึงหยิบมีดขอฟันผู้ตายไป ๑ ที่ ถูกผู้ตายตาย การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ

7พิพากษายืน

(นาถปริญญา - ธรรมบัณฑิต บุนยะปานะ - นาถปรีชา)

ศาลชั้นต้น - ขุนเชาวนพัฒนจรูญศาลอุทธรณ์ -