คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2692/2537

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษประหารชีวิตจำเลย แม้จำเลยจะอุทธรณ์ขอให้ศาลลดโทษให้เพียงประการเดียวโดยมิได้อุทธรณ์ในปัญหาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ก็ต้องวินิจฉัยปัญหาว่าจำเลยกระทำความผิดหรือไม่อีกครั้งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง หากศาลอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว

2พิพากษายืน ปัญหาดังกล่าวจึงจะถึงที่สุดเมื่อศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าว จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์มิได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกระบวนพิจารณาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามส่งเฮโรอีนดังกล่าวออกนอกราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4,7, 8, 15, 65, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33,80, 91 พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2534 มาตรา 3, 6, 7 ริบของกลาง

2จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66 วรรคสอง กระทงหนึ่งลงโทษประหารชีวิต และตามมาตรา 65 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 52(1) อีกกระทงหนึ่ง จำคุกตลอดชีวิตการรับสารภาพของจำเลยต่อศาลในภายหลังเป็นเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ไม่มีเหตุจะลดโทษให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลย ริบของกลาง

3จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52,53 ความผิดตามมาตรา 66 วรรคสอง คงลงโทษจำคุกตลอดชีวิตความผิดตามมาตรา 65 วรรคสอง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญามาตรา 80 คงจำคุก 25 ปี รวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกตลอดชีวิตนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

4จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3ลดโทษแก่จำเลยโดยอาศัยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 เพียงประการเดียว ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็วินิจฉัยคดีเฉพาะการลดโทษเท่านั้น แต่คดีนี้

5ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยถึงประหารชีวิต แม้จำเลยจะมิได้อุทธรณ์ในปัญหาว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ก็ต้องวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245วรรคสอง หากศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยแล้ว

6พิพากษายืน ปัญหาดังกล่าวจึงจะถึงที่สุดเมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 ยังมิได้วินิจฉัยปัญหาดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 3พิจารณาคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245วรรคสอง แล้วมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

(ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา - อากาศ บำรุงชีพ - ปราโมทย์ บุนนาค)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 245, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 65, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102, ป.อ. มาตรา 32, ป.อ. มาตรา 33, ป.อ. มาตรา 80, ป.อ. มาตรา 91, พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2534 มาตรา 3, พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2534 มาตรา 6, พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2534 มาตรา 7, ป.อ. มาตรา 52, ป.อ. มาตรา 78

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ