1ฎีกาจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน เพราะนอกจากจำเลยมีนายแถม นางบุญยืนเป็นพยานแล้วยังมีนายโปร่ง ทองสังข์ เป็นพยานอีกด้วย ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าแม้จะได้อ้างนายโปร่งไว้จริงแต่จำเลยหาได้นำเข้าสืบเป็นพยานไม่ ศาลอุทธรณ์จึงมิได้วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานดังฎีกาจำเลย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 293/2505พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์โจทก์นายพร วงษ์วิจารณ์จำเลย ป.วิ.อ. ม. 220ฎีกาจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน เพราะนอกจากจำเลยมีนายแถม นางบุญยืนเป็นพยานแล้วยังมีนายโปร่ง ทองสังข์ เป็นพยานอีกด้วย ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าแม้จะได้อ้างนายโปร่งไว้จริงแต่จำเลยหาได้นำเข้าสืบเป็นพยานไม่ ศาลอุทธรณ์จึงมิได้วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานดังฎีกาจำเลย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง(เจน เวชศิลป์-ไชยเจริญ สันติศิริ-โพยม เลขยานนท์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 293/2505พนักงานอัยการจังหวัดนครสวรรค์โจทก์นายพร วงษ์วิจารณ์จำเลย ป.วิ.อ. ม. 220ฎีกาจำเลยที่ว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานในสำนวน เพราะนอกจากจำเลยมีนายแถม นางบุญยืนเป็นพยานแล้วยังมีนายโปร่ง ทองสังข์ เป็นพยานอีกด้วย ดังนั้นเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่าแม้จะได้อ้างนายโปร่งไว้จริงแต่จำเลยหาได้นำเข้าสืบเป็นพยานไม่ ศาลอุทธรณ์จึงมิได้วินิจฉัยผิดจากพยานหลักฐานดังฎีกาจำเลย ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง