คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 515/2493

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ผู้ที่รับจำนองร้านค้าไว้จนหลุดเป็นสิทธิของตน แล้วได้ร่วมคิดกับผู้จำนอง เอาร้านค้านั้นไปจำนองผู้เสียหายอีกและพูกรับรองว่า ร้านค้านั้นไม่ได้จำนองหรือขายฝากไว้กับผู้ใด ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงรับจำนองไว้ และชำระเงินให้ผู้รับจำนองเดิม ดังนี้ ถือว่าผู้รับจำนองเดิมสมคบกับผู้จำนองฉ้อโกงผู้เสียหาย ดุลยพินิจในการรอการลงอาญาจำเลยที่เป็นหญิงมีบุตรอ่อนความว่า จำเลยที่ ๒ กับพวกพาจำเลยที่ ๑ ไปหาหลวงทรงฯที่บ้าน ขอจำนองกาแฟเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๒ รับรองต่อหลวงทรงว่า ร้านกาแฟของจำเลยที่ ๑ ไม่ได้จำนองหรือขายฝากไว้กับผู้ใด หลวงทรงฯ หลงเชื่อจึงรับจำนองจำเลยที่ ๒ เป็นผู้รับเงินจากหลวงทรงฯ และภริยา ร้านกาแฟของจำเลยที่ ๑ นี้ความจริงจำเลยที่ ๒ ได้รับซื้อไว้จากจำเลยที่ ๑ และครบสัญญาหลุดเป็นสิทธิของจำเลยที่ ๒ ก่อนนำมาจำนองหลวงทรงฯแล้ว

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันฉ้อโกงหลวงทรง จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ที่โจทก์นำสืบยังไม่พอฟังว่าจำเลยที่ ๒ สมคบกับจำเลยที่ ๑ ด้วย ส่วนจำเลยที่ ๑ ผิดฐานฉ้อโกงตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๓๐๖ จำคุก ๖ เดือนกับให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นว่า จำเลยที่ ๒ ต้องการเงิน จึงสมคบกับจำเลยที่ ๑ ไปหลอกลวงฉ้อโกงหลวงทรงฯ

2พิพากษาแก้ไขให้จำคุกจำเลยที่ ๒ ๖ เดือน ตามมาตรา ๓๐๖ และให้ช่วยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ระหว่างอุทธรณ์โจทก์ถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๑ เสีย นางสวงจำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลอุทธรณืว่า จำเลยที่ ๒ ต้องมีความผิด แต่ตามรูปคดีหลวงทรงฯผู้เสียหายเลิกดำเนินคดีเอาโทษแก่จำเลยที่ ๑ ส่วนจำเลยที่ ๒ เป็นหญิงมีบุตรยังเล็กอยู่ยังไม่ควรลงอาญาจำคุกไปไปทีเดียว

3พิพากษาแก้ ให้รอการลงอาญาแก่จำเลยที่ ๒ ตามมาตรา ๔๑,๔๒ นอกนั้นยืน

(นาถปริญญา - ธรรมบัณฑิต - นาถปรีชา)

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ