D คำพิพากษาฎีการะบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา

ค้นหา › พ.ศ. 2497

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2497

ผล: กลับ

นายซออ้น อำพลโจทก์ นายสมบูรณ์ วิริยะศิริกับพวกจำเลย

รูปแบบอื่น
บันทึก PDF พิมพ์ .txt

ย่อ / หลักกฎหมาย

1ตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องปฏิบัติการตามกฎหมายเพื่อให้ได้พยานมาให้ศาลสืบในวันเวลากำหนดนัด คดีอาญา ศาลได้นัดพิจารณาและกำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การในวันนัดครั้นถึงวันนัดโจทก์กลับว่าเข้าใจว่าเป็นวันนัดชี้สองสถานโจทก์จึงไม่ระบุพยานและขอหมาย ทั้งทนายโจทก์ป่วย ขอเลื่อนสืบจำเลยคัดค้าน ดังนี้ศาลไม่ อนุญาตให้เลื่อนและ

2พิพากษายกฟ้องโดยถือว่า โจทก์ไม่มีพยานสืบให้สมฟ้องได้คดีนี้ โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานโฆษณาหมิ่นประมาทโจทก์ ในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายวัน ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง หมายเรียกจำเลยมาแก้คดี ถึงวันนัดจำเลยที่ ๑-๒ ยื่นคำให้การแต่จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องว่าป่วยของเลื่อนไปวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ เวลา ๙.๐๐ น. ศาลมีคำสั่งว่านัดพิจารณาไปและให้จำเลยที่ ๓ ยื่นคำให้การในวันนั้น ถึงวันนัดโจทก์จำเลยไปศาลทุกคน โจทก์กลับแถลงต่อศาลว่า เข้าใจว่าเป็นนัดชี้สองสถาน โจทก์จึงไม่ได้ระบุพยานและขอหมาย ทั้งทนายโจทก์ก็ป่วย ขอเสื่อมสืบ จำเลยคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบสมฟ้อง

3พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับอนุญาตให้โจทก์เลื่อนการพิจารณาได้ตามขอ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

4จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่าตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้ได้พยานมาให้ ศาลสืบในวันเวลากำหนดนัด การที่ศาลชั้นต้นสั่งในคำพิพากษาไม่ให้เลื่อน จะสั่งก่อนนั้นหรือไม่ไม่สำคัญเพราะโจทก์มิได้เตรียมพยานมาใช้พร้อมเลย

5พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1064/2497นายซออ้น อำพลโจทก์นายสมบูรณ์ วิริยะศิริกับพวกจำเลย ป.วิ.อ. ม. 179, ม. 185ตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องปฏิบัติการตามกฎหมายเพื่อให้ได้พยานมาให้ศาลสืบในวันเวลากำหนดนัด

คำพิพากษาฉบับเต็ม

1คดีอาญา ศาลได้นัดพิจารณาและกำหนดให้จำเลยยื่นคำให้การในวันนัดครั้นถึงวันนัดโจทก์กลับว่าเข้าใจว่าเป็นวันนัดชี้สองสถานโจทก์จึงไม่ระบุพยานและขอหมาย ทั้งทนายโจทก์ป่วย ขอเลื่อนสืบจำเลยคัดค้าน ดังนี้ศาลไม่ อนุญาตให้เลื่อนและ

2พิพากษายกฟ้องโดยถือว่า โจทก์ไม่มีพยานสืบให้สมฟ้องได้คดีนี้ โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานโฆษณาหมิ่นประมาทโจทก์ ในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายวัน ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง หมายเรียกจำเลยมาแก้คดี ถึงวันนัดจำเลยที่ ๑-๒ ยื่นคำให้การแต่จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องว่าป่วยของเลื่อนไปวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ เวลา ๙.๐๐ น. ศาลมีคำสั่งว่านัดพิจารณาไปและให้จำเลยที่ ๓ ยื่นคำให้การในวันนั้น ถึงวันนัดโจทก์จำเลยไปศาลทุกคน โจทก์กลับแถลงต่อศาลว่า เข้าใจว่าเป็นนัดชี้สองสถาน โจทก์จึงไม่ได้ระบุพยานและขอหมาย ทั้งทนายโจทก์ก็ป่วย ขอเสื่อมสืบ จำเลยคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบสมฟ้อง

3พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับอนุญาตให้โจทก์เลื่อนการพิจารณาได้ตามขอ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

4จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่าตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้ได้พยานมาให้ ศาลสืบในวันเวลากำหนดนัด การที่ศาลชั้นต้นสั่งในคำพิพากษาไม่ให้เลื่อน จะสั่งก่อนนั้นหรือไม่ไม่สำคัญเพราะโจทก์มิได้เตรียมพยานมาใช้พร้อมเลย

5พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น(ดุลยกรณ์พิทารณ์-ธรรมบัณฑิต-จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์)ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายศิริ โชติกุลศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: คดีนี้ โจทย์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานโฆษณาหมิ่นประมาทโจทก์ ในหนังสือพิมพ์เดลิเมล์รายวัน ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วมีคำสั่งให้ประทับฟ้อง หมายเรียกจำเลยมาแก้คดี ถึงวันนัดจำเลยที่ ๑-๒ ยื่นคำให้การแต่จำเลยที่ ๓ ยื่นคำร้องว่าป่วยของเลื่อนไปวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๔๙๖ เวลา ๙.๐๐ น. ศาลมีคำสั่งว่านัดพิจารณาไปและให้จำเลยที่ ๓ ยื่นคำให้การในวันนั้น ถึงวันนัดโจทก์จำเลยไปศาลทุกคน โจทก์กลับแถลงต่อศาลว่า เข้าใจว่าเป็นนัดชี้สองสถาน โจทก์จึงไม่ได้ระบุพยานและขอหมาย ทั้งทนายโจทก์ก็ป่วย ขอเสื่อมสืบ จำเลยคัดค้าน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบสมฟ้อง

6พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับอนุญาตให้โจทก์เลื่อนการพิจารณาได้ตามขอ และให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

7จำเลยฎีกา ศาลฎีกา เห็นว่าตามกระบวนพิจารณาเป็นหน้าที่ของโจทก์จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อให้ได้พยานมาให้ ศาลสืบในวันเวลากำหนดนัด การที่ศาลชั้นต้นสั่งในคำพิพากษาไม่ให้เลื่อน จะสั่งก่อนนั้นหรือไม่ไม่สำคัญเพราะโจทก์มิได้เตรียมพยานมาใช้พร้อมเลย

8พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น

(ดุลยกรณ์พิทารณ์ - ธรรมบัณฑิต - จักรปาณีศรีศีลวิสุทธิ์)

ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายศิริ โชติกุลศาลอุทธรณ์ - หลวงวิจิตรเนติศาสตร์