ย่อ / หลักกฎหมาย
1จำเลยสพายปืนติดตามกระบือที่หาย พบผู้ตายกับพวกกำลังเล่นการพนันกันอยู่ พวกเล่นการพนันเข้าใจว่า จำเลยเป็นตำรวจจึงพากันวิ่งหนี แต่ผู้ตายกับพวกบางคนไม่หนี จึงทราบว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจ ผู้ตายไม่พอใจจึงเดินเข้าไปหา จำเลยเกรงว่าจะเข้ามาแย่งปืน จึงร้องว่า "อย่าเข้ามาเข้ามาจะยิง" ผู้ตายก็กระโดดคว้าปากกระบอกปืนจำเลย พวกผู้ตายจับปืนจำเลยช่วยกันดึง และผู้ตายชักมีดออกขู่ให้จำเลยปล่อยปืน จำเลยไม่ยอมปล่อยปืนและกระชากปืนโดยแรง ปืนไม่หลุดแต่จำเลยล้ม พวกจำเลยล้มทับจำเลย ปืนได้ลั่นถูกผู้ตายตาย ดังนี้ แม้การที่ปืนลั่นจะเป็นโดยจำเลยยิง การกระทำของจำเลยก็เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยภาคเสธว่า กระทำโดยป้องกันตัว
2ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ
3พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 53จำคุก 5 ปี
4จำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ได้ความว่าจำเลยพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรหลายคนได้แยกกันตามกระบือของจำเลยที่หาย มาถึงที่เกิดเหตุมีพวกที่เล่นการพนันกันอยู่ วิ่งหนี โดยเข้าใจว่า จำเลยเป็นตำรวจ เพราะสพายปืน นายเมืองและพวกเล่นบางคนไม่หนี จึงทราบว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจ ต่างพากันไม่พอใจนายเมืองกับพวกอีกคนหนึ่งได้เดินเข้าไปหาจำเลย ๆ เกรงว่าจะเข้ามาแย่งปืน จึงร้องว่า "อย่าเข้ามา เข้ามาจะยิง" นายเมืองได้โดดคว้าปากกระบอกปืนจำเลย พวกจำเลยจับปืน จำเลยช่วยกันดึงและนายเมืองได้ชักมีดออกขู่ให้จำเลยปล่อยปืน จำเลยไม่ยอมและกระชากปืนโดยแรง ปืนไม่หลุด แต่จำเลยล้ม พวกจำเลยล้มทับจำเลยปืนได้ลั่นไกไปถูกนายเมืองตาย แม้การที่ปืนลั่นจะเป็นโดยจำเลยยิงผู้ตาย การกระทำของจำเลยก็ เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ฯลฯจึง
5พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 840/2496พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรโจทก์นายเทิ้ม แจ่มศรีจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 50, ม. 249จำเลยสพายปืนติดตามกระบือที่หาย พบผู้ตายกับพวกกำลังเล่นการพนันกันอยู่ พวกเล่นการพนันเข้าใจว่า จำเลยเป็นตำรวจจึงพากันวิ่งหนี แต่ผู้ตายกับพวกบางคนไม่หนี จึงทราบว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจ ผู้ตายไม่พอใจจึงเดินเข้าไปหา จำเลยเกรงว่าจะเข้ามาแย่งปืน จึงร้องว่า "อย่าเข้ามาเข้ามาจะยิง" ผู้ตายก็กระโดดคว้าปากกระบอกปืนจำเลย พวกผู้ตายจับปืนจำเลยช่วยกันดึง และผู้ตายชักมีดออกขู่ให้จำเลยปล่อยปืน จำเลยไม่ยอมปล่อยปืนและกระชากปืนโดยแรง ปืนไม่หลุดแต่จำเลยล้ม พวกจำเลยล้มทับจำเลย ปืนได้ลั่นถูกผู้ตายตาย ดังนี้ แม้การที่ปืนลั่นจะเป็นโดยจำเลยยิง การกระทำของจำเลยก็เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยภาคเสธว่า กระทำโดยป้องกันตัว
2ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ
3พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 53จำคุก 5 ปี
4จำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ได้ความว่าจำเลยพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรหลายคนได้แยกกันตามกระบือของจำเลยที่หาย มาถึงที่เกิดเหตุมีพวกที่เล่นการพนันกันอยู่ วิ่งหนี โดยเข้าใจว่า จำเลยเป็นตำรวจ เพราะสพายปืน นายเมืองและพวกเล่นบางคนไม่หนี จึงทราบว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจ ต่างพากันไม่พอใจนายเมืองกับพวกอีกคนหนึ่งได้เดินเข้าไปหาจำเลย ๆ เกรงว่าจะเข้ามาแย่งปืน จึงร้องว่า "อย่าเข้ามา เข้ามาจะยิง" นายเมืองได้โดดคว้าปากกระบอกปืนจำเลย พวกจำเลยจับปืน จำเลยช่วยกันดึงและนายเมืองได้ชักมีดออกขู่ให้จำเลยปล่อยปืน จำเลยไม่ยอมและกระชากปืนโดยแรง ปืนไม่หลุด แต่จำเลยล้ม พวกจำเลยล้มทับจำเลยปืนได้ลั่นไกไปถูกนายเมืองตาย แม้การที่ปืนลั่นจะเป็นโดยจำเลยยิงผู้ตาย การกระทำของจำเลยก็ เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ฯลฯจึง
5พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง(ทรงนิติกรณ์-มนูภันย์วิมลสาร-นนทประชา)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยภาคเสธว่า กระทำโดยป้องกันตัว
6ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ
7พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 53จำคุก 5 ปี
8จำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ได้ความว่าจำเลยพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรหลายคนได้แยกกันตามกระบือของจำเลยที่หาย มาถึงที่เกิดเหตุมีพวกที่เล่นการพนันกันอยู่ วิ่งหนี โดยเข้าใจว่า จำเลยเป็นตำรวจ เพราะสพายปืน นายเมืองและพวกเล่นบางคนไม่หนี จึงทราบว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจ ต่างพากันไม่พอใจนายเมืองกับพวกอีกคนหนึ่งได้เดินเข้าไปหาจำเลย ๆ เกรงว่าจะเข้ามาแย่งปืน จึงร้องว่า "อย่าเข้ามา เข้ามาจะยิง" นายเมืองได้โดดคว้าปากกระบอกปืนจำเลย พวกจำเลยจับปืน จำเลยช่วยกันดึงและนายเมืองได้ชักมีดออกขู่ให้จำเลยปล่อยปืน จำเลยไม่ยอมและกระชากปืนโดยแรง ปืนไม่หลุด แต่จำเลยล้ม พวกจำเลยล้มทับจำเลยปืนได้ลั่นไกไปถูกนายเมืองตาย แม้การที่ปืนลั่นจะเป็นโดยจำเลยยิงผู้ตาย การกระทำของจำเลยก็ เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ฯลฯจึง
9พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 840/2496พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรโจทก์นายเทิ้ม แจ่มศรีจำเลย กฎหมายลักษณะอาญา ม. 50, ม. 249จำเลยสพายปืนติดตามกระบือที่หาย พบผู้ตายกับพวกกำลังเล่นการพนันกันอยู่ พวกเล่นการพนันเข้าใจว่า จำเลยเป็นตำรวจจึงพากันวิ่งหนี แต่ผู้ตายกับพวกบางคนไม่หนี จึงทราบว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจ ผู้ตายไม่พอใจจึงเดินเข้าไปหา จำเลยเกรงว่าจะเข้ามาแย่งปืน จึงร้องว่า "อย่าเข้ามาเข้ามาจะยิง" ผู้ตายก็กระโดดคว้าปากกระบอกปืนจำเลย พวกผู้ตายจับปืนจำเลยช่วยกันดึง และผู้ตายชักมีดออกขู่ให้จำเลยปล่อยปืน จำเลยไม่ยอมปล่อยปืนและกระชากปืนโดยแรง ปืนไม่หลุดแต่จำเลยล้ม พวกจำเลยล้มทับจำเลย ปืนได้ลั่นถูกผู้ตายตาย ดังนี้ แม้การที่ปืนลั่นจะเป็นโดยจำเลยยิง การกระทำของจำเลยก็เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฆ่าคนตายโดยเจตนา ขอให้ลงโทษจำเลยภาคเสธว่า กระทำโดยป้องกันตัว
10ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ
11พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 249, 53จำคุก 5 ปี
12จำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้ว ได้ความว่าจำเลยพร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้าน และราษฎรหลายคนได้แยกกันตามกระบือของจำเลยที่หาย มาถึงที่เกิดเหตุมีพวกที่เล่นการพนันกันอยู่ วิ่งหนี โดยเข้าใจว่า จำเลยเป็นตำรวจ เพราะสพายปืน นายเมืองและพวกเล่นบางคนไม่หนี จึงทราบว่าจำเลยไม่ใช่ตำรวจ ต่างพากันไม่พอใจนายเมืองกับพวกอีกคนหนึ่งได้เดินเข้าไปหาจำเลย ๆ เกรงว่าจะเข้ามาแย่งปืน จึงร้องว่า "อย่าเข้ามา เข้ามาจะยิง" นายเมืองได้โดดคว้าปากกระบอกปืนจำเลย พวกจำเลยจับปืน จำเลยช่วยกันดึงและนายเมืองได้ชักมีดออกขู่ให้จำเลยปล่อยปืน จำเลยไม่ยอมและกระชากปืนโดยแรง ปืนไม่หลุด แต่จำเลยล้ม พวกจำเลยล้มทับจำเลยปืนได้ลั่นไกไปถูกนายเมืองตาย แม้การที่ปืนลั่นจะเป็นโดยจำเลยยิงผู้ตาย การกระทำของจำเลยก็ เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ ฯลฯจึง
13พิพากษาแก้ให้ยกฟ้อง
(ทรงนิติกรณ์ - มนูภันย์วิมลสาร - นนทประชา)