1โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของ ผ.พี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ จำเลยที่ 2 บิดาและผู้ใช้อำนาจปกครองของจำเลยที่ 1 บุตรบุญธรรมของ ผ. ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าสิทธิในการรับมรดกของโจทก์ถูกกระทบกระเทือน เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ศาลพิพากษาว่าการรับบุตรบุญธรรมระหว่าง ผ.กับจำเลยที่ 1 เป็นโมฆะได้ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2538นายพยุง อิ่มสุวรรณโจทก์นางสาววินยะดา อิ่มสุวรรณจำเลย ป.พ.พ. ม. 1598/33 ป.วิ.พ. ม. 55โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของ ผ.พี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ จำเลยที่ 2 บิดาและผู้ใช้อำนาจปกครองของจำเลยที่ 1 บุตรบุญธรรมของ ผ. ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าสิทธิในการรับมรดกของโจทก์ถูกกระทบกระเทือน เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ศาลพิพากษาว่าการรับบุตรบุญธรรมระหว่าง ผ.กับจำเลยที่ 1 เป็นโมฆะได้(สมคิด ไตรโสรัส-พรชัย สมรรถเวช-สถิตย์ ไพเราะ)ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายไพฑูรย์ ณัถฤทธิ์ศาลอุทธรณ์ - นายประเสริฐ จันทรเวชแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2538นายพยุง อิ่มสุวรรณโจทก์นางสาววินยะดา อิ่มสุวรรณจำเลย ป.พ.พ. ม. 1598/33 ป.วิ.พ. ม. 55โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกของ ผ.พี่ร่วมบิดามารดาเดียวกับโจทก์ จำเลยที่ 2 บิดาและผู้ใช้อำนาจปกครองของจำเลยที่ 1 บุตรบุญธรรมของ ผ. ยื่นคำร้องคัดค้านขอให้ศาลตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดก
1ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าสิทธิในการรับมรดกของโจทก์ถูกกระทบกระเทือน เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยทั้งสอง ขอให้ศาลพิพากษาว่าการรับบุตรบุญธรรมระหว่าง ผ.กับจำเลยที่ 1 เป็นโมฆะได้