คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2495 ย่อ (หลักกฎหมาย) โจทก์ขายฝากนาไว้แก่จำเลยภายหลังเอาเงินไปชำระแก่จำเลยขอไถ่นาคืนมา จำเลยรับเงินค่าไถ่ไว้แล้ว เอาหนังสือส่งให้โจทก์โดยกล่าวเท็จว่า เป็นกรมธรรม์สัญญาขายฝากแต่ความจริงโจทก์ทราบภายหลังว่าหนังสือนั้นไม่ใช่กรมธรรม์สัญญาขายฝาก หากเป็ฯหนังสือกู้เงินกัน ดังนี้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นผิดฐานโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฉ้อโกงและปลอมหนังสือ ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะในข้อหาฐานฉ้อโกง ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ กล่าวว่าขายฝากนาไว้ต่อจำเลย จำเลยได้นำเงินไปไถ่การขายฝากนาจากจำเลยๆรับเงินไถ่แล้วเอาหนังสือส่งให้โจทก์ โดยกล่าวเท็จว่าเป็นกรมธรรม์สัญญาขายฝากโจทก์รับมาเก็บไว้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อฉ้อโกงโจทก์ จึงแกล้งปกปิดเหตุการณ์ที่ควรบอกให้แจ้ง ฯลฯ ฟ้องอีกตอนหนึ่งกล่าวใจความว่า โจทก์เพิ่งรู้ภายหลังว่าเป็นหนังสือกู้ ซึ่งจำเลยทำปลอมขึ้น ดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยเพื่อไถ่ถอนที่นาที่โจทก์ได้ขายฝากไว้แก่จำเลย มิใช่เป็นเรื่องจำเลยหลอกลวงให้โจทก์ส่งเงินให้จำเลย ไม่มีทางที่จะเอาผิดแก่จำเลยฐานฉ้อโกงได้ จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2495นายบุญ ภูมิจันทึก ที่ 1, นางน้อย ภูมิจันทึก ที่ 2โจทก์นายผล โหศิริวรรณจำเลยโจทก์ขายฝากนาไว้แก่จำเลยภายหลังเอาเงินไปชำระแก่จำเลยขอไถ่นาคืนมา จำเลยรับเงินค่าไถ่ไว้แล้ว เอาหนังสือส่งให้โจทก์โดยกล่าวเท็จว่า เป็นกรมธรรม์สัญญาขายฝากแต่ความจริงโจทก์ทราบภายหลังว่าหนังสือนั้นไม่ใช่กรมธรรม์สัญญาขายฝาก หากเป็ฯหนังสือกู้เงินกัน ดังนี้ การกระทำของจำเลยยังไม่เป็นผิดฐานโจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฉ้อโกงและปลอมหนังสือ ขอให้ลงโทษ คำพิพากษา ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะในข้อหาฐานฉ้อโกง ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ กล่าวว่าขายฝากนาไว้ต่อจำเลย จำเลยได้นำเงินไปไถ่การขายฝากนาจากจำเลยๆรับเงินไถ่แล้วเอาหนังสือส่งให้โจทก์ โดยกล่าวเท็จว่าเป็นกรมธรรม์สัญญาขายฝากโจทก์รับมาเก็บไว้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อฉ้อโกงโจทก์ จึงแกล้งปกปิดเหตุการณ์ที่ควรบอกให้แจ้ง ฯลฯ ฟ้องอีกตอนหนึ่งกล่าวใจความว่า โจทก์เพิ่งรู้ภายหลังว่าเป็นหนังสือกู้ ซึ่งจำเลยทำปลอมขึ้น ดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยเพื่อไถ่ถอนที่นาที่โจทก์ได้ขายฝากไว้แก่จำเลย มิใช่เป็นเรื่องจำเลยหลอกลวงให้โจทก์ส่งเงินให้จำเลย ไม่มีทางที่จะเอาผิดแก่จำเลยฐานฉ้อโกงได้ จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย(มนูภันย์วิมลสาร-นนทประชา-ทรงนิติกรณ์)ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายจรอง อมรักษ์ศาลอุทธรณ์ - หลวงสุทธิเทศนฤบาลแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยฉ้อโกงและปลอมหนังสือ ขอให้ลงโทษ ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว เห็นว่าคดีไม่มีมูล จึงพิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา, ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาเฉพาะในข้อหาฐานฉ้อโกง ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องโจทก์ กล่าวว่าขายฝากนาไว้ต่อจำเลย จำเลยได้นำเงินไปไถ่การขายฝากนาจากจำเลยๆรับเงินไถ่แล้วเอาหนังสือส่งให้โจทก์ โดยกล่าวเท็จว่าเป็นกรมธรรม์สัญญาขายฝากโจทก์รับมาเก็บไว้ โดยจำเลยมีเจตนาทุจริตเพื่อฉ้อโกงโจทก์ จึงแกล้งปกปิดเหตุการณ์ที่ควรบอกให้แจ้ง ฯลฯ ฟ้องอีกตอนหนึ่งกล่าวใจความว่า โจทก์เพิ่งรู้ภายหลังว่าเป็นหนังสือกู้ ซึ่งจำเลยทำปลอมขึ้น ดังนี้ เป็นเรื่องโจทก์ชำระเงินให้แก่จำเลยเพื่อไถ่ถอนที่นาที่โจทก์ได้ขายฝากไว้แก่จำเลย มิใช่เป็นเรื่องจำเลยหลอกลวงให้โจทก์ส่งเงินให้จำเลย ไม่มีทางที่จะเอาผิดแก่จำเลยฐานฉ้อโกงได้ จึงพิพากษายืน ให้ยกฎีกาจำเลย องค์คณะ: มนูภันย์วิมลสาร - นนทประชา - ทรงนิติกรณ์ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: แหล่งที่มา: กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา