คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1303/2503

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1ในความผิดฐานเจ้าพนักงานปลอมหนังสือแม้กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 229 และ 230 กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไปจนถึง 10 ปี ก็จริง แต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 กำหนดโทษว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีซึ่งไม่มีกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ เมื่อกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะศาลทำการพิจารณาเป็นเช่นนี้ ในการวินิจฉัยกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 จึงต้องถือเอาตามนั้น แม้จะไม่ได้ระบุว่ามาตราใดตรงกับมาตราของกฎหมายเดิมมาตราไหน แต่ก็อาจเห็นจากบทบัญญัติของกฎหมายเก่าและใหม่ได้อยู่ในตัวแล้ว เมื่อจำเลยรับสารภาพตามฟ้อง ศาลจึงสั่งไม่ให้สืบพยาน เช่นนี้ ย่อมเป็นการชอบแล้ว เพราะการที่ศาลจะต้องฟังพยานโจทก์หรือไม่เป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายวิธีพิจารณา (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 22/2503)

2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี จำเลยจะฎีกาว่าจำเลยมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 โดยบิดาจำเลยได้นำเงินส่วนตัวมอบให้ผู้เสียหายหมดสิ้นแล้ว และว่าการที่ศาลมิให้จำเลยสืบพยาน ทำให้ศาลไม่ทราบถึงข้อควรคำนึงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ดังนี้ หาได้ไม่ เพราะการฎีกาดังกล่าวขัดกับที่ปรากฏในรายงานพิจารณาที่ว่า จำเลยแถลงว่าจำเลยไม่สามารถหาเงินมาชำระแก่เจ้าทุกข์ได้ จำเลยขอให้ศาลพิพากษาไป การที่จำเลยบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงเป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218โจทก์ฟ้องจำเลยรับสารภาพฟังได้ว่าจำเลยรับราชการเป็นหัวหน้าแผนกคลัง กรมอัยการ มีหน้าที่ปกครองรักษาเงินรับและจ่ายเงินของทางราชการกรมอัยการและมีหน้าที่เขียนเช็คธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อเบิกเงินของกรมอัยการมาจ่าย จำเลยใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตเขียนเช็คปลอมโดยเติมจำนวนที่เบิก เบิกเกินกว่าที่ต้องเบิกจริง แล้วจำเลยเอาเงินส่วนเบิกมาเกินนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัวทั้งจำเลยยังได้เบียดบังเอาเงินต่าง ๆ ที่จำเลยรักษาตามหน้าที่มาเป็นประโยชน์ส่วนตนและบอกให้เจ้าหน้าที่ลงบัญชีลงรายการเท็จ

3ศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลทั้งสองว่า จำเลยมีความผิดตามกฎหมายที่โจทก์ฟ้อง คือ กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, 222, 223, 224, 225, 227, 229, 230, 304, 319 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) มาตรา 3 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147, 151, 157, 161, 264, 265,266, 268, 341 แต่ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญาอันเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลย จำคุกจำเลย 8 ปี ตามมาตรา 147 อันเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 147 อันเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา 91 จำเลยรับลดกึ่งตามมาตรา 78 คงจำคุก 4 ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังขาด 464,286.53 บาท แก่กรมอัยการข้อกฎหมายที่

4จำเลยฎีกาว่า

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำผิดตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 229 กับ 230 ไม่มีการสืบพยานตามกฎหมายขอให้ยกฟ้อง นั้น

2ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในความผิดฐานเจ้าพนักงานปลอมหนังสือ กฎหมายลักษณะอาญามาตรา 229 และ 230 กำหนดโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไปจนถึง 10 ปีก็จริงแต่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 161 กำหนดโทษว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ซึ่งไม่มีกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำ เมื่อกฎหมายที่ใช้อยู่ในขณะศาลทำการพิจารณาเป็นเช่นนี้ ในการวินิจฉัยกรณีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 จึงต้องถือเอาตามนั้น แม้จะไม่ได้ระบุว่ามาตราใดตรงกับมาตราของกฎหมายเดินมาตราไหน แต่ก็อาจเห็นจากบทบัญญัติของกฎหมายเก่าและใหม่ได้อยู่ในตัวแล้ว ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่ศาลจะต้องฟังพยานโจทก์หรือไม่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายวิธีพิจารณา ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่ให้สืบพยาน จึงเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2499 มาตรา 11 แล้วที่

3จำเลยฎีกาว่า จำเลยมีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 โดยบิดาจำเลยได้นำเงินส่วนตัวมอบให้กรมอัยการหมดสิ้นแล้ว และว่าการที่ศาลมิให้จำเลยสืบพยาน ทำให้ศาลไม่ทราบถึงข้อที่ควรคำนึงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นั้น ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 20 พ.ค. 2501 ว่า จำเลยแถลงว่าจำเลยไม่สามารถชำระเงินแก่เจ้าทุกข์ได้ตามที่เคยแถลงไว้ จำเลยขอให้ศาลพิพากษาคดีไป การที่จำเลยบิดเบือนข้อเท็จจริงให้เป็นปัญหาข้อกฎหมายเช่นนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 จึงไม่รับวินิจฉัย

(อนุสสรนิติสาร - ชวน สิงหลกะ - การุณย์นราทร)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 161, ป.วิ.อ. มาตรา 176, ป.อ. มาตรา 78, ป.อ. มาตรา 56, ป.วิ.อ. มาตรา 218, ป.อ. มาตรา 147, ป.อ. มาตรา 151, ป.อ. มาตรา 157, ป.อ. มาตรา 264, ป.อ. มาตรา 265, ป.อ. มาตรา 266, ป.อ. มาตรา 268, ป.อ. มาตรา 341

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ