1การนำเอาคูปองปลอมออกจำหน่ายย่อมเรียกว่าเปนการไช้ตามความหมายของมาตรา 277 กดหมายอาญาแล้ว.โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยถานไช้หนังสือ ( คูปองยาง ) ตามมาตรา ๒๒๓ , ๒๒๔,๒๒๕,และ ๖๓. จำเลยไห้การปติเสธ. สาลขั้นต้นพิจารนาแล้วฟังว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันจำหน่ายคูปองยางโดยรู้ว่าเปนของปลอม แม้โจทจะมิได้อ้างมาตรา ๒๒๗ท และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ฯ ( ฉบับที่ ๕ ) ก็ดี แต่โจทได้บันยายความผิดของจำเลยไว้แล้วไนฟ้องย่อมลงโทสได้ จึงพิพากสาจำคุกจำเลยคนละ ๔ ปีตามมาตรา ๒๒๕ ( ๑ ) ๒๒๗,๖๓ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมกดหมายอาญา( ฉบับที่ ๕ ) ม.๓,ของกลางริบ จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๒๗,๒๒๔, พิพากสาแก้ไห้จำคุกคนละ ๒ ปี นอกจากที่แก้นี้คงยืนตาม. นายไชโยจำเลยดีกาว่า การไช้คูปองยางต้องไช้กำกับไปกับยางจึงจะเรียกว่าไช้คูปอง สาลดีกาเห็นว่าตามวิธีการาไช้คูปองยางที่จำเลยกล่าวนั้น เปนวิธีการไช้ตามปรกติแต่กรนีไนคดีนี้ เปนเรื่องจำหน่ายคูปองยางปลอม การนำเอาคูปองปลอมออกจำหน่าย จะเรียกว่าเปนการไช้หนังสือปลอมตามมาตรา ๒๒๗ หรือไม่ สาลดีกาเห็นว่าการกะทำเช่นนี้เรียกได้ว่า เอาหนังสือปลอมมาไช้ตามความหมายไนมาตรา ๒๒๗ แล้ว เพราะกดหมาย มิได้กำหนดจำกัดไว้ว่า จะต้องเปนการใช้โดยฉเพาะการสิ่งใด จึงพิพากสายืนตาม. ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2486พนักงานอัยการ กรมอัยการโจทก์นายไชโย คลองยันต์ ที่ 1 ,นายเนียร บุนยะลังคะ ที่ 2 ,นายสิริ น้อมแกล้ว ที่3 ป.อ. ม. 227, ม. 224, ม. 223, ม. 225, การนำเอาคูปองปลอมออกจำหน่ายย่อมเรียกว่าเปนการไช้ตามความหมายของมาตรา 277 กดหมายอาญาแล้ว.โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยถานไช้หนังสือ ( คูปองยาง ) ตามมาตรา ๒๒๓ , ๒๒๔,๒๒๕,และ ๖๓. จำเลยไห้การปติเสธ. สาลขั้นต้นพิจารนาแล้วฟังว่าจำเลยทั้ง
1๓ สมคบกันจำหน่ายคูปองยางโดยรู้ว่าเปนของปลอม แม้โจทจะมิได้อ้างมาตรา ๒๒๗ท และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ฯ ( ฉบับที่ ๕ ) ก็ดี แต่โจทได้บันยายความผิดของจำเลยไว้แล้วไนฟ้องย่อมลงโทสได้ จึงพิพากสาจำคุกจำเลยคนละ ๔ ปีตามมาตรา ๒๒๕ ( ๑ ) ๒๒๗,๖๓ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมกดหมายอาญา( ฉบับที่ ๕ ) ม.๓,ของกลางริบ จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๒๗,๒๒๔, พิพากสาแก้ไห้จำคุกคนละ ๒ ปี นอกจากที่แก้นี้คงยืนตาม. นายไชโยจำเลยดีกาว่า การไช้คูปองยางต้องไช้กำกับไปกับยางจึงจะเรียกว่าไช้คูปอง สาลดีกาเห็นว่าตามวิธีการาไช้คูปองยางที่จำเลยกล่าวนั้น เปนวิธีการไช้ตามปรกติแต่กรนีไนคดีนี้ เปนเรื่องจำหน่ายคูปองยางปลอม การนำเอาคูปองปลอมออกจำหน่าย จะเรียกว่าเปนการไช้หนังสือปลอมตามมาตรา ๒๒๗ หรือไม่ สาลดีกาเห็นว่าการกะทำเช่นนี้เรียกได้ว่า เอาหนังสือปลอมมาไช้ตามความหมายไนมาตรา ๒๒๗ แล้ว เพราะกดหมาย มิได้กำหนดจำกัดไว้ว่า จะต้องเปนการใช้โดยฉเพาะการสิ่งใด จึงพิพากสายืนตาม.(บ.เลขวนิชธัมวิทักส์-คง อิสรภักดี-ประมูล สุวรรณศร)ศาลชั้นต้น - นายประวัติ +ศาลอุทธรณ์ - นายจาริน +แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทฟ้องขอไห้ลงโทสจำเลยถานไช้หนังสือ ( คูปองยาง ) ตามมาตรา ๒๒๓ , ๒๒๔,๒๒๕,และ ๖๓. จำเลยไห้การปติเสธ. สาลขั้นต้นพิจารนาแล้วฟังว่าจำเลยทั้ง ๓ สมคบกันจำหน่ายคูปองยางโดยรู้ว่าเปนของปลอม แม้โจทจะมิได้อ้างมาตรา ๒๒๗ท และ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม ฯ ( ฉบับที่ ๕ ) ก็ดี แต่โจทได้บันยายความผิดของจำเลยไว้แล้วไนฟ้องย่อมลงโทสได้ จึงพิพากสาจำคุกจำเลยคนละ ๔ ปีตามมาตรา ๒๒๕ ( ๑ ) ๒๒๗,๖๓ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมกดหมายอาญา( ฉบับที่ ๕ ) ม.๓,ของกลางริบ จำเลยอุธรน์ สาลอุธรน์พิพากสาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๒๗,๒๒๔, พิพากสาแก้ไห้จำคุกคนละ ๒ ปี นอกจากที่แก้นี้คงยืนตาม. นายไชโยจำเลยดีกาว่า การไช้คูปองยางต้องไช้กำกับไปกับยางจึงจะเรียกว่าไช้คูปอง สาลดีกาเห็นว่าตามวิธีการาไช้คูปองยางที่จำเลยกล่าวนั้น เปนวิธีการไช้ตามปรกติแต่กรนีไนคดีนี้ เปนเรื่องจำหน่ายคูปองยางปลอม การนำเอาคูปองปลอมออกจำหน่าย จะเรียกว่าเปนการไช้หนังสือปลอมตามมาตรา ๒๒๗ หรือไม่ สาลดีกาเห็นว่าการกะทำเช่นนี้เรียกได้ว่า เอาหนังสือปลอมมาไช้ตามความหมายไนมาตรา ๒๒๗ แล้ว เพราะกดหมาย มิได้กำหนดจำกัดไว้ว่า จะต้องเปนการใช้โดยฉเพาะการสิ่งใด จึงพิพากสายืนตาม.