ย่อ / หลักกฎหมาย
1ภรรยาซึ่งเป็นโรคจิตเภท โกรธสามีเนื่องจากสามีมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่นและคืนเกิดเหตุ ยากันยุงไหม้ผ้าห่มนวมที่ภรรยาห่มภรรยาเข้าใจว่าสามีจะเผาตน ได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงจนโรคจิตกำเริบถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ได้ด่าสามีในขณะนั้นว่า "อ้ายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก" เมื่อบิดามารดาสามีเข้ามาห้าม ก็ด่าบิดาสามีว่า "อ้ายไหหลำ มึงอย่ามายุ่งเกี่ยวด้วยเลย" และด่ามารดาสามีว่า "อีแก่ อย่ามายุ่งกับกู" ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทสามีและบุพการีของสามีอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้สามีฟ้องหย่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1500(2)โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลย ว่าจำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์ และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง
2จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์
3พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นโรคจิตเภท มีความคิดผิดปกติและระแวงเคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และปัจจุบันยังไม่หายเป็นปกติก็โดยมีเหตุกระทบกระเทือนใจ เนื่องจากโจทก์ไปมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น และในคืนเกิดเหตุ ยากันยุงได้ไหม้ผ้าห่มนวมที่จำเลยห่มนอนอยู่จำเลยเข้าใจว่าโจทก์เผา จำเลยจึงโกรธและด่าโจทก์ว่า อ้ายสัตว์เดรัจฉานสัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก เมื่อบิดามารดาสามีมาห้าม ก็ด่าบิดาโจทก์ว่าอ้ายไหหลำ อย่ามายุ่ง และด่ามารดาโจทก์ว่า อีแก่อย่ามายุ่ง เช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาในขณะที่จำเลยได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงและโรคจิตของจำเลยกำลังกำเริบจนถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์หรือบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุตามกฎหมายที่จะให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันได้
4พิพากษายืน
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2517นายรักษา โภคาสถิตย์โจทก์นางอมรา โภคาสถิตย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1500 (2)ภรรยาซึ่งเป็นโรคจิตเภท โกรธสามีเนื่องจากสามีมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่นและคืนเกิดเหตุ ยากันยุงไหม้ผ้าห่มนวมที่ภรรยาห่มภรรยาเข้าใจว่าสามีจะเผาตน ได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงจนโรคจิตกำเริบถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ได้ด่าสามีในขณะนั้นว่า "อ้ายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก" เมื่อบิดามารดาสามีเข้ามาห้าม ก็ด่าบิดาสามีว่า "อ้ายไหหลำ มึงอย่ามายุ่งเกี่ยวด้วยเลย" และด่ามารดาสามีว่า "อีแก่ อย่ามายุ่งกับกู" ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทสามีและบุพการีของสามีอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้สามีฟ้องหย่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1500(2)โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลย ว่าจำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์ และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง
2จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์
3พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นโรคจิตเภท มีความคิดผิดปกติและระแวงเคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และปัจจุบันยังไม่หายเป็นปกติก็โดยมีเหตุกระทบกระเทือนใจ เนื่องจากโจทก์ไปมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น และในคืนเกิดเหตุ ยากันยุงได้ไหม้ผ้าห่มนวมที่จำเลยห่มนอนอยู่จำเลยเข้าใจว่าโจทก์เผา จำเลยจึงโกรธและด่าโจทก์ว่า อ้ายสัตว์เดรัจฉานสัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก เมื่อบิดามารดาสามีมาห้าม ก็ด่าบิดาโจทก์ว่าอ้ายไหหลำ อย่ามายุ่ง และด่ามารดาโจทก์ว่า อีแก่อย่ามายุ่ง เช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาในขณะที่จำเลยได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงและโรคจิตของจำเลยกำลังกำเริบจนถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์หรือบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุตามกฎหมายที่จะให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันได้
4พิพากษายืน(ประพจน์ ถิระวัฒน์-สมคิด มงคลชาติ-ไพโรจน์ ไวกาสี)ศาลแพ่ง - นายวิจิต วิจารณ์ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพล สุวรรณภักดีแหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลย ว่าจำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์ และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง
5จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์
6พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นโรคจิตเภท มีความคิดผิดปกติและระแวงเคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และปัจจุบันยังไม่หายเป็นปกติก็โดยมีเหตุกระทบกระเทือนใจ เนื่องจากโจทก์ไปมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น และในคืนเกิดเหตุ ยากันยุงได้ไหม้ผ้าห่มนวมที่จำเลยห่มนอนอยู่จำเลยเข้าใจว่าโจทก์เผา จำเลยจึงโกรธและด่าโจทก์ว่า อ้ายสัตว์เดรัจฉานสัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก เมื่อบิดามารดาสามีมาห้าม ก็ด่าบิดาโจทก์ว่าอ้ายไหหลำ อย่ามายุ่ง และด่ามารดาโจทก์ว่า อีแก่อย่ามายุ่ง เช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาในขณะที่จำเลยได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงและโรคจิตของจำเลยกำลังกำเริบจนถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์หรือบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุตามกฎหมายที่จะให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันได้
7พิพากษายืน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 523/2517นายรักษา โภคาสถิตย์โจทก์นางอมรา โภคาสถิตย์จำเลย ป.พ.พ. ม. 1500 (2)ภรรยาซึ่งเป็นโรคจิตเภท โกรธสามีเนื่องจากสามีมีความสัมพันธ์ทางชู้สาวกับหญิงอื่นและคืนเกิดเหตุ ยากันยุงไหม้ผ้าห่มนวมที่ภรรยาห่มภรรยาเข้าใจว่าสามีจะเผาตน ได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงจนโรคจิตกำเริบถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ได้ด่าสามีในขณะนั้นว่า "อ้ายสัตว์เดรัจฉาน สัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก" เมื่อบิดามารดาสามีเข้ามาห้าม ก็ด่าบิดาสามีว่า "อ้ายไหหลำ มึงอย่ามายุ่งเกี่ยวด้วยเลย" และด่ามารดาสามีว่า "อีแก่ อย่ามายุ่งกับกู" ดังนี้ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นการหมิ่นประมาทสามีและบุพการีของสามีอย่างร้ายแรง อันเป็นเหตุให้สามีฟ้องหย่าได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1500(2)โจทก์ฟ้องขอหย่าจำเลย ว่าจำเลยประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงหมิ่นประมาทโจทก์และบุพการีของโจทก์ และเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันอย่างร้ายแรง
8จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์
9พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่จำเลยซึ่งเป็นโรคจิตเภท มีความคิดผิดปกติและระแวงเคยเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล และปัจจุบันยังไม่หายเป็นปกติก็โดยมีเหตุกระทบกระเทือนใจ เนื่องจากโจทก์ไปมีสัมพันธ์ฉันชู้สาวกับหญิงอื่น และในคืนเกิดเหตุ ยากันยุงได้ไหม้ผ้าห่มนวมที่จำเลยห่มนอนอยู่จำเลยเข้าใจว่าโจทก์เผา จำเลยจึงโกรธและด่าโจทก์ว่า อ้ายสัตว์เดรัจฉานสัตว์เดรัจฉานยังดีกว่ามึงอีก เมื่อบิดามารดาสามีมาห้าม ก็ด่าบิดาโจทก์ว่าอ้ายไหหลำ อย่ามายุ่ง และด่ามารดาโจทก์ว่า อีแก่อย่ามายุ่ง เช่นนี้ ถ้อยคำที่จำเลยกล่าวมาในขณะที่จำเลยได้รับความกดดันทางจิตอย่างรุนแรงและโรคจิตของจำเลยกำลังกำเริบจนถึงขนาดคลุ้มคลั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้หมิ่นประมาทโจทก์หรือบุพการีของโจทก์อย่างร้ายแรง อันจะเป็นเหตุตามกฎหมายที่จะให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกันได้
10พิพากษายืน
(ประพจน์ ถิระวัฒน์ - สมคิด มงคลชาติ - ไพโรจน์ ไวกาสี)
ศาลแพ่ง - นายวิจิต วิจารณ์ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพล สุวรรณภักดี