คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9020/2543

สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ย่อ

1โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้า เครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" ได้รับการจดทะเบียนไว้ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทย จำเลยนำคำว่า "SONY" ไปขอจดทะเบียนใช้เป็นชื่อนิติบุคคลในการจัดตั้งบริษัทว่า "SONYIMPEXCO.LTD." การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยไม่สุจริต แสวงหาผลประโยชน์จากชื่อเสียงในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการดังกล่าว ดังนี้ คดีย่อมมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าการจดทะเบียนใช้ชื่อบริษัทของจำเลยเป็นการล่วงละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18,421 และเป็นการล่วงละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 44,47 หรือไม่ เท่านั้นไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการจดทะเบียนชื่อบริษัทพ้องกับชื่อบริษัทโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อนอันจะมีผลที่จะบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1115 เพราะโจทก์มิได้อ้างว่าโจทก์จดทะเบียนชื่อนิติบุคคลของโจทก์ดังกล่าวไว้ก่อน การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยและบังคับตามนัยบทบัญญัติมาตรา 1115 จึงเป็นการพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือจากคำฟ้องโจทก์เป็นการไม่ชอบ

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดตามกฎหมายประเทศญี่ปุ่น โจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้าเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY"และ "โซนี่" ซึ่งใช้กับสินค้าและบริการบางประเภท และใช้เป็นชื่อนิติบุคคลของโจทก์โดยได้มีการโฆษณาเผยแพร่จนมีชื่อเสียงแพร่หลายในหมู่สาธารณชนหลายประเทศรวมทั้งในประเทศไทยด้วย และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการในประเทศไทยแล้ว ขอให้บังคับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันเปลี่ยนแปลงแก้ไขชื่อและดวงตรานิติบุคคลจำเลยที่ 1 โดยไม่ใช้คำว่า "SONY" และ "โซนี่" ภายในเวลาที่ศาลกำหนดมิฉะนั้นให้จำเลยที่ 9 มีคำสั่งถอดถอนชื่อและดวงตราดังกล่าว หากจำเลยที่ 9 ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาให้ห้ามจำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ใช้ ขอจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องกับชื่อทางการค้าเครื่องหมายการค้า และเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" และ "โซนี่" ดังกล่าวของโจทก์ และให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1ระหว่างพิจารณา โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 3 ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 3 ถึงแก่กรรมตั้งแต่ก่อนฟ้อง ให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3ออกจากสารบบความจำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 ขาดนัดยื่นคำให้การจำเลยที่ 9 ให้การว่า จำเลยที่ 9 เป็นข้าราชการในหน่วยงานของรัฐซึ่งได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 จึงไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของผู้ประดิษฐ์คำว่า "SONY" หรือ "โซนี่" จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 กระทำการโดยสุจริตในการใช้ชื่อดังกล่าว ขอให้ยกฟ้องศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1เสียใหม่ และให้จำเลยที่ 9 จัดการให้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราของจำเลยที่ 1 เสียใหม่ ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ร่วมกันใช้เงินเดือนละ 5,000 บาทแก่โจทก์นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 29 กรกฎาคม 2541) เป็นต้นไป จนกว่าจะเปลี่ยนแปลงชื่อจำเลยที่ 1 เสร็จจำเลยที่ 9 อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งเก้าว่า โจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้ากับเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" และ "โซนี่"ซึ่งได้รับการจดทะเบียนไว้ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวมทั้งในประเทศไทยด้วยและมีชื่อเสียงแพร่หลายทั่วไป ต่อมาเมื่อเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม2537 จำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ผู้เริ่มก่อการตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 ร่วมกันนำคำว่า"SONY" และ "โซนี่" ไปขอจดทะเบียนใช้เป็นชื่อนิติบุคคลในการจัดตั้งบริษัทจำเลยที่ 1 โดยใช้ชื่อว่า "บริษัทโซนี่ อิมเป็กซ์ จำกัด" หรือ "SONY IMPEX CO.LTD." เป็นชื่อและดวงตราบริษัทจำเลยที่ 1 การกระทำของจำเลยที่ 1ถึงที่ 8 เป็นการกระทำโดยไม่สุจริต แสวงหาผลประโยชน์จากชื่อเสียงเกียรติคุณความแพร่หลายในชื่อทางการค้าและเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการดังกล่าว เป็นการละเมิดต่อสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของโจทก์ การขอจดทะเบียนชื่อบริษัทของจำเลยที่ 1 เป็นการขัดต่อกฎหมายและระเบียบของสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทไม่ชอบที่จำเลยที่ 9 จะรับจดทะเบียนให้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1019 และโจทก์มีคำขอบังคับให้ห้ามจำเลยที่ 1 ถึง 8 ใช้ชื่อดังกล่าว ห้ามขอจดทะเบียนหรือเกี่ยวข้องไม่ว่าในทางใดในชื่อและเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการคำว่า"SONY" หรือ "โซนี่" ของโจทก์ ให้จำเลยที่ 1 ถึง 8 ร่วมกันจดทะเบียนแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตราบริษัทจำเลยที่ 1 ใหม่ ถ้าไม่ดำเนินการให้จำเลยที่ 9 ถอนชื่อและดวงตราของบริษัทจำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 9ไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา และขอให้บังคับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 8 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินเดือนละ300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะดำเนินการเปลี่ยนแปลงชื่อและดวงตรานิติบุคคลของจำเลยที่ 1 ปรากฏว่าจำเลยที่ 1ที่ 2 และที่ 4 ถึงที่ 8 ขาดนัดยื่นคำให้การ ส่วนจำเลยที่ 3 โจทก์ขอถอนฟ้องศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 3 แล้ว สำหรับจำเลยที่ 9 ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 9 ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่พ.ศ. 2539 เพราะจำเลยที่ 9 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ปฏิบัติตามหน้าที่ในการรับจดทะเบียนบริษัทจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 9 รับจดทะเบียนชื่อบริษัทจำเลยที่ 1 โดยชอบตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1019 แล้ว ดังนี้ คดีย่อมมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่า การจดทะเบียนใช้ชื่อบริษัทและดวงตราจำเลยที่ 1 โดยมีคำว่า "SONY" และ "โซนี่" เป็นการล่วงละเมิดสิทธิในชื่อทางการค้าของโจทก์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 18, 421 และเป็นการล่วงละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการของโจทก์ อันเป็นการขัดต่อกฎหมายตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44, 47ไม่ชอบที่จะรับจดทะเบียนให้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1019 และโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 9 ได้หรือไม่ เท่านั้นไม่มีประเด็นข้อพิพาทเกี่ยวกับการจดทะเบียนชื่อบริษัทจำเลยที่ 1พ้องกับชื่อบริษัทโจทก์ที่ได้จดทะเบียนไว้ก่อน อันมีผลที่จะบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1115 เพราะโจทก์ไม่ได้อ้างว่าโจทก์จดทะเบียนชื่อนิติบุคคลของโจทก์ดังกล่าวไว้ก่อนหากแต่ยืนยันว่าโจทก์เป็นเจ้าของชื่อทางการค้าดังกล่าว และเครื่องหมายการค้ากับเครื่องหมายบริการคำว่า "SONY" ได้รับการจดทะเบียนไว้ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วยการล่วงละเมิดสิทธิในการใช้ชื่อทางการค้ากับการล่วงละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้าและเครื่องหมายบริการตามคำฟ้องของโจทก์เป็นคนละเรื่องกับการจดทะเบียนใช้ชื่อนิติบุคคลพ้องกับชื่อบริษัทอื่นอันได้จดทะเบียนไว้แล้วตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1115ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางนำบทบัญญัติมาตรา 1115 มาวินิจฉัยและมีคำพิพากษาบังคับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 8 ตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา 1115 ดังกล่าวจึงเป็นการพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือจากคำฟ้องของโจทก์นอกจากนี้ยังไม่ได้วินิจฉัยชี้ขาดข้อหาและคำขอบังคับตามคำฟ้องของโจทก์ให้ครบ เป็นกรณีที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยคำพิพากษา ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 มาตรา 26 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 วรรคหนึ่งจึงเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาใหม่เสียก่อน"พิพากษายกคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ให้ศาลดังกล่าวมีคำพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

(พิชิต คำแฝง - พินิจ เพชรรุ่ง - ยงยศ นิสภัครกุล)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.พ.พ. มาตรา 18, ป.พ.พ. มาตรา 421, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 44, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้าฯ มาตรา 47, ป.พ.พ. มาตรา 1115, ป.พ.พ. มาตรา 1019, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 44, พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 มาตรา 47, ป.วิ.พ. มาตรา 142

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ