คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2480

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1พฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนาแต่กระทำโดยถูกยั่วโทษะได้ความว่าผู้ตายเปนภรรยาน้อยของจำเลย ในวันเกิดเหตุจะด้วยเหตุอันใดไม่ปรากฏ ผู้ตายได้ด่าจำเลยให้ไปหาภรรยาหลวง ผู้ตายได้ด่าและไล่ซ้ำ ๆ อยู่ เช่นนี้หลายครั้ง จำเลยได้เอาไม้ตีศีร์ษะผู้ตายล้มลงแล้วจับข้อมือลากเข้าไปในดงงา แล้วหยิบไม้ไผ่สดอีกท่อนหนึ่งตีผู้ตายจนเงียบเสียงผู้ตายอยู่ได้ประเดี๋ยวหนึ่งก็ขาดใจตาย ผู้ตายมีบาดแผล ๓ แห่ง คือ กะดูกคอหัก ตาขวาซ้ำดำเต็มเบ้าตา และเหนือหูขวาและท้ายทอยซ้ำดำ ศาลฎีกาตัดสินว่าบาดแผลและไม้ทั้ง ๒ อันที่จำเลยใช้ตีผู้ตายประกอบกับพฤตติการ์และกิริยาที่จำเลยทำเปนเครื่องชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายตามมาตรา ๒๔๙ ให้จำคุก ๑๕ ปี แต่การที่ผู้ตายด่าจำเลยและไล่ไม่หยุดหย่อนเป็นการยั่วโทษะตามมาตรา ๕๕ จึงลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่งด้วย ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2480อัยยการชัยภูมิโจทก์นายฉาย มะสันเทียะจำเลย ป.อ. ม. 55-249พฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นการฆ่าคนตายโดยเจตนาแต่กระทำโดยถูกยั่วโทษะได้ความว่าผู้ตายเปนภรรยาน้อยของจำเลย ในวันเกิดเหตุจะด้วยเหตุอันใดไม่ปรากฏ ผู้ตายได้ด่าจำเลยให้ไปหาภรรยาหลวง ผู้ตายได้ด่าและไล่ซ้ำ ๆ อยู่ เช่นนี้หลายครั้ง จำเลยได้เอาไม้ตีศีร์ษะผู้ตายล้มลงแล้วจับข้อมือลากเข้าไปในดงงา แล้วหยิบไม้ไผ่สดอีกท่อนหนึ่งตีผู้ตายจนเงียบเสียงผู้ตายอยู่ได้ประเดี๋ยวหนึ่งก็ขาดใจตาย ผู้ตายมีบาดแผล ๓ แห่ง คือ กะดูกคอหัก ตาขวาซ้ำดำเต็มเบ้าตา และเหนือหูขวาและท้ายทอยซ้ำดำ ศาลฎีกาตัดสินว่าบาดแผลและไม้ทั้ง ๒ อันที่จำเลยใช้ตีผู้ตายประกอบกับพฤตติการ์และกิริยาที่จำเลยทำเปนเครื่องชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายตามมาตรา ๒๔๙ ให้จำคุก ๑๕ ปี แต่การที่ผู้ตายด่าจำเลยและไล่ไม่หยุดหย่อนเป็นการยั่วโทษะตามมาตรา

คำพิพากษา

1๕๕ จึงลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่งด้วย(มนธา-พลางกูร-อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ได้ความว่าผู้ตายเปนภรรยาน้อยของจำเลย ในวันเกิดเหตุจะด้วยเหตุอันใดไม่ปรากฏ ผู้ตายได้ด่าจำเลยให้ไปหาภรรยาหลวง ผู้ตายได้ด่าและไล่ซ้ำ ๆ อยู่ เช่นนี้หลายครั้ง จำเลยได้เอาไม้ตีศีร์ษะผู้ตายล้มลงแล้วจับข้อมือลากเข้าไปในดงงา แล้วหยิบไม้ไผ่สดอีกท่อนหนึ่งตีผู้ตายจนเงียบเสียงผู้ตายอยู่ได้ประเดี๋ยวหนึ่งก็ขาดใจตาย ผู้ตายมีบาดแผล ๓ แห่ง คือ กะดูกคอหัก ตาขวาซ้ำดำเต็มเบ้าตา และเหนือหูขวาและท้ายทอยซ้ำดำ ศาลฎีกาตัดสินว่าบาดแผลและไม้ทั้ง ๒ อันที่จำเลยใช้ตีผู้ตายประกอบกับพฤตติการ์และกิริยาที่จำเลยทำเปนเครื่องชี้ให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายตามมาตรา ๒๔๙ ให้จำคุก ๑๕ ปี แต่การที่ผู้ตายด่าจำเลยและไล่ไม่หยุดหย่อนเป็นการยั่วโทษะตามมาตรา ๕๕ จึงลดโทษให้อีกกึ่งหนึ่งด้วย

(มนธา - พลางกูร - อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ)

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ