คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1490/2540

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1พระราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ.2535มาตรา28วรรคหนึ่งให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ระงับเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นในสถานที่นั้นมาตรา45ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้ดำเนินกิจการนั้นแก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องถ้าการดำเนินกิจการนั้นจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการไว้ทันทีเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอันตรายแล้วก็ได้และต้องทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้ดำเนินกิจการซึ่งจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งทราบแต่ที่จำเลยยอมรับว่าจำเลยได้ดำเนินการแก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญตามคำสั่งของสำนักงานเทศบาลเมืองตรังแล้วนั้นอาจเป็นการทราบคำสั่งดังกล่าวจากเจ้าพนักงานตำรวจผู้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบก็ได้เมื่อจำเลยยังไม่ได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยชอบจึงถือไม่ได้ว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยก่อเหตุรำคาญโดยประกอบกิจการเลี้ยงสุกรมีจำนวนเกินสมควรถึง 300 กว่าตัว ในบริเวณเขตชุมชนพักอาศัยของประชาชนและถ่ายเทมูลสัตว์และน้ำเสียลงในคลองน้ำเจ็ดอันเป็นคลองสาธารณะโดยไม่มีการควบคุมบำบัดอย่างเพียงพอเป็นเหตุให้เกิดกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง น้ำในคลองน้ำเจ็ดเน่าเสียจนเป็นเหตุให้เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสภาวะความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับการดำรงชีพของประชาชน ต่อมาวันที่ 27 กรกฎาคม 2535 เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งเป็นหนังสือให้จำเลยระงับเหตุรำคาญ และวันที่ 28 สิงหาคม2535 เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งเป็นหนังสือให้จำเลยหยุดดำเนินกิจการ จำเลยทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว แต่ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม 2535 ถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2537 เวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกันตลอดมา จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยไม่ปรับปรุงแก้ไขวิธีการเพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นและบำบัดน้ำเสียอย่างเพียงพอและถูกต้อง ไม่หยุดประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์หรือย้ายสถานที่ประกอบกิจการเลี้ยงสัตว์ตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นอันเป็นการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น และจำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยดำเนินกิจการเลี้ยงสัตว์ในระหว่างที่มีคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดดำเนินกิจการเลี้ยงสัตว์หรือย้ายสถานที่ประกอบกิจการโดยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2535 จนถึงวันฟ้องโดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร เหตุเกิดที่ตำบลทับเที่ยงอำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุขพ.ศ. 2535 มาตรา 25, 28, 45, 74, 80 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และปรับจำเลยตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2535 จนถึงวันฟ้องจำเลย ให้การ ปฏิเสธ

2ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25, 28, 45, 74, 80 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับเหตุรำคาญ จำคุก 1 เดือน และปรับ 2,000 บาท ฐานะดำเนินกิจการในระหว่างที่มีคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้หยุดดำเนินกิจการจำคุก 6 เดือน และปรับ 10,000 บาท และปรับอีกวันละ 500 บาทตลอดเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติตามคำสั่งคือตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2535ถึงวันฟ้อง รวมจำคุก 7 เดือน ปรับ 12,000 บาท และปรับวันละ500 บาท ตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม 2535 จนถึงวันฟ้องเมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนและพฤติการณ์แห่งคดีไม่ร้ายแรงนัก เพื่อให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีจึงให้รอการลงโทษจำคุกไว้มีกำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3

3พิพากษากลับ ให้ยก ฟ้องโจทก์ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่าเมื่อปี 2529 มีผู้ร้องเรียนต่อนายเธียรนายกเทศมนตรีเมืองตรังว่าสถานที่เลี้ยงสุกรของจำเลยซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองตรังส่งกลิ่นเหม็นและปล่อยน้ำเสียลงคลองน้ำเจ็ด ต่อมาวันที่27 กรกฎาคม 2535 นายเธียรมีหนังสือให้จำเลยหยุดดำเนินกิจการหรือย้ายสถานที่เลี้ยงสุกรภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหนังสือดังกล่าวตามเอกสารหมาย จ.1 และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2535 นายเธียรมีหนังสืออีกฉบับหนึ่งถึงจำเลยสั่งให้หยุดหรือย้ายกิจการเลี้ยงสุกรภายใน 15 วัน ตามเอกสารหมาย จ.2 ต่อมาวันที่ 30 มิถุนายน 2536นายเธียรมอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ไปร้องทุกข์ต่อนายอำเภอเมืองตรังตามเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 และเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2536จำเลยได้ทำความตกลงกับนางวิไลผู้ร้องเรียนต่อนายอำเภอเมืองตรังอีกผู้หนึ่งว่า จำเลยยอมย้ายสถานที่ประกอบกิจการไปภายใน 6 เดือนและก่อนถึงเวลาดังกล่าวจำเลยจะเลี้ยงสุกรมิให้มีกลิ่นเหม็นและจะไม่ปล่อยมูลสุกรและน้ำเสียทำความเดือดร้อนให้ผู้อื่นตามเอกสารหมาย จ.5 ต่อมาวันที่ 15 เมษายน 2537 นายประดิษฐ์นายอำเภอเมืองตรังมีหนังสือสั่งจำเลยให้แก้ไขเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นและย้ายสถานที่เลี้ยงสุกรตามเอกสารหมาย จ.7 ครั้นวันที่25 พฤษภาคม 2537 นายประดิษฐ์มอบอำนาจให้เจ้าหน้าที่ไปแจ้งความตามเอกสารหมาย จ.9 พนักงานสอบสวนรับแจ้งความไว้ตามเอกสารหมาย ล.2ต่อมาจำเลยทำหนังสือให้นางวิไลและชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงลงชื่อรับรองว่าสถานที่เลี้ยงสุกรของจำเลยไม่ได้ส่งกลิ่นหรือรบกวนชาวบ้านตามเอกสารหมาย ล.1ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535มาตรา 28 วรรคหนึ่ง ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองสถานที่ระงับเหตุรำคาญที่เกิดขึ้นในสถานที่นั้น มาตรา 45 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ผู้ดำเนินกิจการนั้นแก้ไขหรือปรับปรุงให้ถูกต้องถ้าการดำเนินกิจการนั้นจะก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงต่อสุขภาพของประชาชนจะสั่งให้ผู้นั้นหยุดดำเนินกิจการไว้ทันทีเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะเป็นที่พอใจแก่เจ้าพนักงานท้องถิ่นว่าปราศจากอันตรายแล้วก็ได้ และต้องทำเป็นหนังสือแจ้งให้ผู้ดำเนินกิจการซึ่งจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งทราบ ปัญหาว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวโดยชอบแล้วหรือไม่ เห็นว่า ที่โจทก์อ้างว่า นายเธียรเบิกความยืนยันว่า จำเลยรับทราบคำสั่งของนายเธียรตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 แล้วไม่ปฏิบัติตามนั้นพยานหลักฐานของโจทก์ไม่ปรากฏว่าจำเลยรับทราบคำสั่งของนายเธียรโดยวิธีใดและเมื่อใด คงมีแต่คำเบิกความลอย ๆ ของนายเธียรเท่านั้นและที่นายเธียรเบิกความว่าจำเลยลงชื่อรับทราบคำสั่งในเอกสารหมาย จ.2 ก็ไม่ปรากฏว่าในเอกสารหมาย จ.2 มีลายมือชื่อของจำเลยลงไว้ จึงไม่อาจรับฟังได้ว่าจำเลยรับทราบคำสั่งของนายเธียรตามเอกสารหมาย จ.1 และ จ.2 แล้ว และที่โจทก์อ้างว่าตามเอกสารหมาย จ.1 (ที่ถูกเป็นเอกสารหมาย ล.1) จำเลยยอมรับว่าจำเลยได้ดำเนินการแก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญตามคำสั่งของสำนักงานเทศบาลเมืองตรังแล้ว แสดงว่าจำเลยทราบคำสั่งดังกล่าวแล้วนั้น เห็นว่า ในเอกสารหมาย ล.1 ไม่ได้ระบุว่าจำเลยทราบคำสั่งของสำนักงานเทศบาลเมืองตรังเมื่อใด จำเลยเบิกความว่า จำเลยทำเอกสารหมาย ล.1 ขึ้นหลังจากเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาให้ทราบ 1 วัน นางวิไลพยานโจทก์เบิกความว่า จำเลยนำเอกสารหมาย ล.1 มาให้พยานลงชื่อหลังจากพยานรับหมายเรียกของศาลชั้นต้นให้มาเป็นพยานในคดีนี้ น่าเชื่อว่าจำเลยทำเอกสารหมาย ล.1ขึ้นหลังจากเจ้าพนักงานตำรวจแจ้งข้อหาให้ทราบแล้ว ดังนั้นที่จำเลยระบุในเอกสารหมาย ล.1 ว่า จำเลยยอมรับว่าจำเลยได้ดำเนินการแก้ไขเหตุเดือดร้อนรำคาญตามคำสั่งของสำนักงานเทศบาลเมืองตรังแล้ว อาจเป็นการทราบคำสั่งดังกล่าวจากเจ้าพนักงานตำรวจผู้แจ้งข้อหาให้จำเลยทราบก็ได้ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมายังฟังไม่ได้ว่า จำเลยได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยชอบ จึงไม่อาจถือได้ว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง

4พิพากษายืน

(อำนวย เต้พันธ์ - อร่าม หุตางกูร - สกนธ์ กฤติยาวงศ์)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 28, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 25, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 45, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 74, พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 มาตรา 80, ป.อ. มาตรา 91, ป.อ. มาตรา 29, ป.อ. มาตรา 30

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ