คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1293/2502

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1คดีความผิดฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตยักยอกทรัพย์ความว่า จำเลยได้รับเงินผลประโยชน์ไว้ตามหน้าที่ราชการในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2495 ถึงวันที่ 1 กรกฎาคม2497 รวมเป็น 219,310 บาท 95 สตางค์ แล้วในระหว่างนั้นเวลากลางวันจำเลยได้ยักยอกเอาไว้เป็นประโยชน์ตนเองเสีย 2,357 บาท 89 สตางค์ จำเลยจะได้รับเงินกี่คราวและวันไหนบ้างเป็นรายละเอียดปลีกย่อยซึ่งโจทก์อาจไม่อยู่ในวิสัยที่จะจำแนกให้ปรากฏได้ และจำเลยจะยักยอกเอาเงิน 2,357 บาท 89 สตางค์นั้นไปกี่คราว วันไหนบ้าง เป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจไม่อยู่ในวิสัยที่จะจำแนกได้เช่นเดียวกัน ดังนี้ ฟ้องของโจทก์หาเคลือบคลุมไม่

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่ในทางทุจริตและยักยอกทรัพย์

2จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความแล้วสั่งงดสืบพยาน พิพากษายกฟ้องโจทก์แต่อธิบดีผู้พิพากษาภาค 4 ทำความเห็นแย้งว่า ควรฟังคำพยานให้สิ้นกระแสร์ความเสียก่อนจึงพิพากษา

3โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป

4จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์หาเคลือบคลุมไม่ เพราะจำเลยเข้าใจแล้วว่าโจทก์หาว่าจำเลยได้รับเงินผลประโยชน์ไว้ตามหน้าที่ราชการในระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2495 ถึง วันที่ 1 กรกฎาคม 2497 รวมเป็นจำนวน 219,310 บาท 95 สตางค์แล้วในระหว่างนั้นเวลากลางวัน จำเลยได้ยักยอกเอาไว้เป็นประโยชน์ตนเองเสีย 2,357 บาท89 สตางค์ จำเลยจะได้รับเงินกี่คราวและวันไหนบ้าง เป็นรายละเอียดปลีกย่อย ซึ่งโจทก์อาจไม่อยู่ในวิสัยที่จะจำแนกให้ปรากฏได้ และจำเลยจะยักยอก เอาเงิน 2,357 บาท 89 สตางค์ นั้น ไปกี่คราว วันไหนบ้าง ก็เป็นรายละเอียดที่โจทก์อาจไม่อยู่ในวิสัยที่จะจำแนกได้เช่นเดียวกัน

5พิพากษายืน

(การุณย์นราทร - ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ - วิชัยนิตินาท)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.วิ.อ. มาตรา 158, กฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 131, ป.อ. มาตรา 147

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ