คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 589/2542

สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ย่อ

1จำเลยที่ 1 ซุกซ่อนเฮโรอีนที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายไว้ในรถยนต์ รถยนต์ดังกล่าวจึงเป็นยานพาหนะ ที่จำเลยที่ 1 ได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดให้โทษ ต้องริบตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 102

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันมีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 2 ถุง คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 698.803 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งสามร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวให้แก่ผู้มีชื่ออันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมายเจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสามพร้อมกับยึดเฮโรอีนจำนวน 2 ถุงและรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ฉ-1778 เชียงใหม่เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 และริบของกลาง

2จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคสอง,66 วรรคสอง ให้ลงโทษประหารชีวิต จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78ประกอบมาตรา 52(1) ให้หนึ่งในสาม คงจำคุกตลอดชีวิตส่วนข้อหาจำหน่ายเฮโรอีนให้ยก ริบของกลางและให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

3ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน แต่ไม่ริบรถยนต์ของกลาง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติโดยคู่ความมิได้ฎีกาโต้แย้งว่า ตามวันเวลาและสถานที่ที่โจทก์กล่าวในฟ้องจำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1จำนวน 2 ถุง คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์หนัก 698.803 กรัมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยที่ 1 พร้อมกับยึดของกลางได้คือเฮโรอีนจำนวน 2 ถุง และรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ฉ-1778เชียงใหม่ ที่จำเลยที่ 1 ซุกซ่อนเฮโรอีนดังกล่าวไว้ใต้เบาะนั่งคนขับรถ โดยใช้แผ่นยางปูพื้นรถปิดไว้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า รถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษหรือไม่พิเคราะห์แล้ว เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า จำเลยที่ 1ซุกซ่อนเฮโรอีนที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตไว้ในรถยนต์ของกลาง จึงถือได้ว่ารถยนต์ของกลางเป็นยานพาหนะที่จำเลยที่ 1 ได้ใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษ ซึ่งต้องริบตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3ไม่ริบรถยนต์ของกลางนั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกาฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

4พิพากษาแก้เป็นว่า รถยนต์ของกลางให้ริบ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3

(ระพินทร บรรจงศิลป - วุฒินันท์ สุขสว่าง - วิรัช ลิ้มวิชัย)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 102, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 7, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 8, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 66, ป.อ. มาตรา 91, ป.อ. มาตรา 78

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ