คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2489

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1เมื่อกฎหมายให้ผู้พิพากษาลงนามในคำพิพากษาได้แล้วก็ย่อมเป็นผู้ทำคำพิพากษาได้ด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงนั้น แม้มิได้นั่งพิจารณาก็มีอำนาจพิพากษาคดีเพียงคนเดียวได้ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2489ศาลแขวงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย

2จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนายเดียวลงนามในคำพิพากษาโดยมิได้นั่งพิจารณา ไม่ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จึงให้ยกคำพิพากษา แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

3โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษานั้น ผู้พิพากษาทุก ๆ นายเป็นองค์คณะและเป็นผู้ที่พิพากษาคดีนั้นด้วยกันทุกคน จะแยกว่าคน 1 เป็นผู้ทำคำพิพากษาและคนอื่น ๆ เป็นแต่ลงชื่อเพื่อให้ครบองค์คณะนั้นหาถูกต้องไม่ สำหรับศาลแขวงผู้พิพากษานายเดียวก็เป็นองค์คณะ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 10 นั้น แม้หัวหน้าศาลไม่ได้นั่งพิจารณาก็ให้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งหมายถึงการพิพากษาคดีนั่นเอง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต่อไปตามกระบวนความ ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 611/2489พนักงานอัยการ และนายเฮง แซ่ลี้โจทก์นายไค้บุ้น แซ่ลี้จำเลย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม ม. 10, ม. 22, ม. 23เมื่อกฎหมายให้ผู้พิพากษาลงนามในคำพิพากษาได้แล้วก็ย่อมเป็นผู้ทำคำพิพากษาได้ด้วยผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวงนั้น แม้มิได้นั่งพิจารณาก็มีอำนาจพิพากษาคดีเพียงคนเดียวได้ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 2/2489ศาลแขวงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย

4จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนายเดียวลงนามในคำพิพากษาโดยมิได้นั่งพิจารณา ไม่ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จึงให้ยกคำพิพากษา แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

5โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษานั้น

คำพิพากษา

1ผู้พิพากษาทุก ๆ นายเป็นองค์คณะและเป็นผู้ที่พิพากษาคดีนั้นด้วยกันทุกคน จะแยกว่าคน 1 เป็นผู้ทำคำพิพากษาและคนอื่น ๆ เป็นแต่ลงชื่อเพื่อให้ครบองค์คณะนั้นหาถูกต้องไม่ สำหรับศาลแขวงผู้พิพากษานายเดียวก็เป็นองค์คณะ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 10 นั้น แม้หัวหน้าศาลไม่ได้นั่งพิจารณาก็ให้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งหมายถึงการพิพากษาคดีนั่นเอง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต่อไปตามกระบวนความ(ประมูล สุวรรณศร-เลขวณิชธรรมวิทักษ์-มนูภันย์วิมลสาร)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ศาลแขวงลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกาย

2จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลนายเดียวลงนามในคำพิพากษาโดยมิได้นั่งพิจารณา ไม่ถูกต้องตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม จึงให้ยกคำพิพากษา แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป

3โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า การพิจารณาพิพากษาคดีของผู้พิพากษานั้น ผู้พิพากษาทุก ๆ นายเป็นองค์คณะและเป็นผู้ที่พิพากษาคดีนั้นด้วยกันทุกคน จะแยกว่าคน 1 เป็นผู้ทำคำพิพากษาและคนอื่น ๆ เป็นแต่ลงชื่อเพื่อให้ครบองค์คณะนั้นหาถูกต้องไม่ สำหรับศาลแขวงผู้พิพากษานายเดียวก็เป็นองค์คณะ ตามพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 10 นั้น แม้หัวหน้าศาลไม่ได้นั่งพิจารณาก็ให้ลงลายมือชื่อในคำพิพากษาได้ ซึ่งหมายถึงการพิพากษาคดีนั่นเอง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยต่อไปตามกระบวนความ

(ประมูล สุวรรณศร - เลขวณิชธรรมวิทักษ์ - มนูภันย์วิมลสาร)

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ