คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2481

กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ย่อ

1หน่วยเลือกตั้งหน่วยหนึ่งบัตร์เลือกตั้งไม่พอจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงๆ ในหน่วยนั้นมี 185 คน ผู้ได้รับเลือกตั้งได้คะแนนรวมทั้งสิ้น 5000 เศษ ผู้ร้องคัดค้านได้ 2000 เศษ เมื่อการบกพร่องเกิดขึ้นเพียงหน่วยเดียวเท่านั้นยังไม่เป็นเหตุอันสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมามิว่าในเขตต์จังหวัดพังงามีผู้สมัคร์ ๓ คน นายโมราได้รับเลือกตั้งได้คะแนน ๕๐๐๐ เศษ เป็นที่ ๑ ผู้ร้องได้ ๒๐๐๐ เป็นที่ปรากฎว่าบัตร์เลือกตั้งในเขตต์ตำบลบางวันมีน้อยกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในตำบลนี้ มี ๑๘๕ คน มีผู้ได้ใช้สิทธิ ๘๗ คน นายโมราได้ ๓ คะแนน ผู้สมัครอีกคนหนึ่งได้ ๔ คะแนน ผู้ร้องได้ ๗๗ คะแนน ศาลฎีกาตัดสินว่าการเลือกตั้งนี้มีบัตร์ไม่พอจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงจริง แต่เป็นเพียงการขาดตกบกพร่องเพียงตำบลเดียวเท่านั้น ในตำบลนั้นมีผู้มีสิทธิออกเสียง ๑๘๕ คน ได้ลงคะแนนไปแล้ว ๘๗ คน เมื่อเทียบเคียงกับคะแนนของผู้ได้รับเลือกตั้งซึ่งได้ที่ ๑ กับรองๆ ลงไปแล้วแม้จะนับจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งตำบลรวมให้คนรองก็ยังน้อยกว่ากันมาก การขาดตกบกพร่องเท่านั้นยังไม่ถึงกับจะเป็นการอันไม่ชอบอันสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่จึงให้ยกคำร้องเสีย ค่าธรรมเนียมเป็นพัน ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 60/2481หลวงพิเสษโลหศิลป์คัดค้านการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา พ.ร.บ.การเลือกตั้งแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2479 ม. 51, ม. 52หน่วยเลือกตั้งหน่วยหนึ่งบัตร์เลือกตั้งไม่พอจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงๆ ในหน่วยนั้นมี 185 คน ผู้ได้รับเลือกตั้งได้คะแนนรวมทั้งสิ้น 5000 เศษ ผู้ร้องคัดค้านได้ 2000 เศษ เมื่อการบกพร่องเกิดขึ้นเพียงหน่วยเดียวเท่านั้นยังไม่เป็นเหตุอันสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมามิว่าในเขตต์จังหวัดพังงามีผู้สมัคร์

คำพิพากษา

1๓ คน นายโมราได้รับเลือกตั้งได้คะแนน ๕๐๐๐ เศษ เป็นที่ ๑ ผู้ร้องได้ ๒๐๐๐ เป็นที่ปรากฎว่าบัตร์เลือกตั้งในเขตต์ตำบลบางวันมีน้อยกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในตำบลนี้ มี ๑๘๕ คน มีผู้ได้ใช้สิทธิ ๘๗ คน นายโมราได้ ๓ คะแนน ผู้สมัครอีกคนหนึ่งได้ ๔ คะแนน ผู้ร้องได้ ๗๗ คะแนน ศาลฎีกาตัดสินว่าการเลือกตั้งนี้มีบัตร์ไม่พอจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงจริง แต่เป็นเพียงการขาดตกบกพร่องเพียงตำบลเดียวเท่านั้น ในตำบลนั้นมีผู้มีสิทธิออกเสียง ๑๘๕ คน ได้ลงคะแนนไปแล้ว ๘๗ คน เมื่อเทียบเคียงกับคะแนนของผู้ได้รับเลือกตั้งซึ่งได้ที่ ๑ กับรองๆ ลงไปแล้วแม้จะนับจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งตำบลรวมให้คนรองก็ยังน้อยกว่ากันมาก การขาดตกบกพร่องเท่านั้นยังไม่ถึงกับจะเป็นการอันไม่ชอบอันสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่จึงให้ยกคำร้องเสีย ค่าธรรมเนียมเป็นพัน(อมาตย์-นิติศาสตร์-อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ)ศาลชั้นต้น - หลวงสุธรรมภานุรัตน์ศาลอุทธรณ์ - แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา: ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมามิว่าในเขตต์จังหวัดพังงามีผู้สมัคร์ ๓ คน นายโมราได้รับเลือกตั้งได้คะแนน ๕๐๐๐ เศษ เป็นที่ ๑ ผู้ร้องได้ ๒๐๐๐ เป็นที่ปรากฎว่าบัตร์เลือกตั้งในเขตต์ตำบลบางวันมีน้อยกว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในตำบลนี้ มี ๑๘๕ คน มีผู้ได้ใช้สิทธิ ๘๗ คน นายโมราได้ ๓ คะแนน ผู้สมัครอีกคนหนึ่งได้ ๔ คะแนน ผู้ร้องได้ ๗๗ คะแนน ศาลฎีกาตัดสินว่าการเลือกตั้งนี้มีบัตร์ไม่พอจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงจริง แต่เป็นเพียงการขาดตกบกพร่องเพียงตำบลเดียวเท่านั้น ในตำบลนั้นมีผู้มีสิทธิออกเสียง ๑๘๕ คน ได้ลงคะแนนไปแล้ว ๘๗ คน เมื่อเทียบเคียงกับคะแนนของผู้ได้รับเลือกตั้งซึ่งได้ที่ ๑ กับรองๆ ลงไปแล้วแม้จะนับจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งตำบลรวมให้คนรองก็ยังน้อยกว่ากันมาก การขาดตกบกพร่องเท่านั้นยังไม่ถึงกับจะเป็นการอันไม่ชอบอันสมควรให้มีการเลือกตั้งใหม่จึงให้ยกคำร้องเสีย ค่าธรรมเนียมเป็นพัน

(อมาตย์ - นิติศาสตร์ - อรรถกฤต ช.เพ็ญชาติ)

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก thai-legal-corpus (CC-BY-4.0) ← deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ