คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2537

สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ย่อ

1คำบอกเล่าของผู้ตายที่บอกกับพยานขณะที่พยานเข้าไปช่วยห้ามเลือดที่คอของผู้ตายซึ่งถูกทำร้ายว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนทำร้ายผู้ตายนั้น ขณะนั้นผู้ตายยังรู้สึกตัวและไม่คิดว่าตนเองจะตายคำบอกเล่าดังกล่าวจึงไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟัง

คำพิพากษา

1โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา33, 58, 80, 83, 91, 276, 288, 289 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 3 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4

2จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 83, 276 วรรคแรก, 289(7) ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิด โดยให้ลงโทษฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา จำคุกคนละ 8 ปีกระทงหนึ่ง และฐานฆ่าผู้อื่น ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสามอีกกระทงหนึ่ง แต่เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้วจึงไม่อาจนำโทษจำคุกมารวมได้คงให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียวจำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ส่วนจำเลยที่ 2 ไม่อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยคดีเกี่ยวกับจำเลยที่ 2 โดยถือว่าคดีมาสู่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา245 วรรคสอง

3ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ นาง ส. ถูกคนร้ายพยายามข่มขืนกระทำชำเรา และใช้มีดเป็นอาวุธแทงถึงแก่ความตาย โดยผู้ตายมีบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมลึก 15 เซนติเมตร ยาว 4 เซนติเมตร ตามรายงานชันสูตรศพของแพทย์ท้ายฟ้อง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ...การที่นายดำรงค์กับพวกระบุว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้าย ก็น่าจะสืบเนื่องมาจากคำบอกเล่าของผู้ตายซึ่งเรื่องนี้นายดำรงค์กับนางพิน เบิกความว่าเมื่อพยานทั้งสองไปถึงที่เกิดเหตุ ผู้ตายยังพูดได้ ผู้ตายบอกให้นางพินช่วยห้ามเลือดที่บริเวณคอและบอกว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้าย สำหรับนายพยูรเบิกความว่า เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เห็นผู้ตายนอนอยู่ที่พื้นผู้ตายบอกนางพินให้ช่วยห้ามเลือดที่คอไม่ให้ออกมาก ผู้ตายยังคิดว่าตนเองไม่ตาย เห็นได้ว่า ขณะที่ผู้ตายบอกว่าจำเลยทั้งสามเป็นคนร้าย ผู้ตายยังรู้สึกตัว และไม่คิดว่าตนเองจะตาย คำบอกเล่าของผู้ตายดังกล่าว จึงยังไม่มีน้ำหนักพอที่จะรับฟัง พยานโจทก์ที่นำสืบมาไม่พอฟังลงโทษจำเลยทั้งสามได้ ที่

4ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

5พิพากษายืน

(โสภณ รอดหิรัญ - มงคล สระฏัน - สนัด หมายสวัสดิ์)

กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ป.อ. มาตรา 33, ป.อ. มาตรา 58, ป.อ. มาตรา 80, ป.อ. มาตรา 83, ป.อ. มาตรา 91, ป.อ. มาตรา 276, ป.อ. มาตรา 288, ป.อ. มาตรา 289, พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 3, พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4, ป.วิ.อ. มาตรา 245

พิมพ์จากระบบสืบค้นคำพิพากษาศาลฎีกา — ข้อมูลจาก deka.supremecourt.or.th โปรดตรวจสอบกับต้นฉบับ