ย่อ / หลักกฎหมาย
1ฎีกาจำเลยที่ว่า เมื่อศาลไม่รับฟังเอกสารใบรับเงินเพราะมิได้ปิดอากรแสตมป์แล้วชอบที่จะยกฟ้องโจทก์โดยมิต้องรับฟังเอกสารและคำเบิกความพยานอื่นนั้น. แม้จะไม่รับฟังใบรับเงินเป็นพยาน โจทก์ก็มีพยานอื่นรับฟังได้ว่ามีการรับเงินตามใบรับเงินแล้ว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังต้องกันว่าสามีจำเลยทำสัญญากู้เงิน โดยโจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน และคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาทซึ่ง
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ดังนั้นจำเลยจะฎีกาว่าสามีจำเลยไม่ได้ทำสัญญากู้ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248 ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 13/2514นายสุวรรณ ศรีมารักษ์โจทก์นายหลาย รัตทะนีฯจำเลย ป.วิ.พ. ม. 242 (1), ม. 247, ม. 248ฎีกาจำเลยที่ว่า เมื่อศาลไม่รับฟังเอกสารใบรับเงินเพราะมิได้ปิดอากรแสตมป์แล้วชอบที่จะยกฟ้องโจทก์โดยมิต้องรับฟังเอกสารและคำเบิกความพยานอื่นนั้น. แม้จะไม่รับฟังใบรับเงินเป็นพยาน โจทก์ก็มีพยานอื่นรับฟังได้ว่ามีการรับเงินตามใบรับเงินแล้ว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังต้องกันว่าสามีจำเลยทำสัญญากู้เงิน โดยโจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน และคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาทซึ่ง
3ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ดังนั้นจำเลยจะฎีกาว่าสามีจำเลยไม่ได้ทำสัญญากู้ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248(สุธรรม วรรณแสง-จำรูญ โชติรัต-ประพจน์ ถิระวัฒน์)แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกหมายเลขคดีดำศาลฎีกาหมายเลขคดีดำศาลชั้นต้นหมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้นหมายเหตุคำพิพากษา:
คำพิพากษาฉบับเต็ม
1ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 13/2514นายสุวรรณ ศรีมารักษ์โจทก์นายหลาย รัตทะนีฯจำเลย ป.วิ.พ. ม. 242 (1), ม. 247, ม. 248ฎีกาจำเลยที่ว่า เมื่อศาลไม่รับฟังเอกสารใบรับเงินเพราะมิได้ปิดอากรแสตมป์แล้วชอบที่จะยกฟ้องโจทก์โดยมิต้องรับฟังเอกสารและคำเบิกความพยานอื่นนั้น. แม้จะไม่รับฟังใบรับเงินเป็นพยาน โจทก์ก็มีพยานอื่นรับฟังได้ว่ามีการรับเงินตามใบรับเงินแล้ว จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายที่ไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยเมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังต้องกันว่าสามีจำเลยทำสัญญากู้เงิน โดยโจทก์เป็นผู้ค้ำประกัน และคดีนี้มีทุนทรัพย์ไม่เกิน 5,000 บาทซึ่ง
2ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ดังนั้นจำเลยจะฎีกาว่าสามีจำเลยไม่ได้ทำสัญญากู้ ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามฎีกาใน ปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248
(สุธรรม วรรณแสง - จำรูญ โชติรัต - ประพจน์ ถิระวัฒน์)