คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6/2508 แพ่ง มี 4 ฉบับ
นางรำพึง นิลโชติ โจทก์ นายเชื่อม แก้วนภา จำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดี จำเลยยื่นคำแถลงขอรับเงินค่าธรรมเนียมที่วางไว้ต่อศาลชั้นต้นได้
ระบบตอบช้ากว่าปกติ ยังทำงานอยู่
นางรำพึง นิลโชติ โจทก์ นายเชื่อม แก้วนภา จำเลย
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดี จำเลยยื่นคำแถลงขอรับเงินค่าธรรมเนียมที่วางไว้ต่อศาลชั้นต้นได้
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายชม เจริญวงศ์ จำเลย
ศาลจะอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 221 หรือไม่นั้นเป็นดุลพินิจเฉพาะตัวผู้พิพากษาที่พิจารณาหรือลงชื่อในคำพิพากษาจำเลยหามีสิทธิฎีกาคำสั่งซึ่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต่อศาลฎีกาไม่
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายเต็ก หรือพุฒ เตยะสกุล จำเลย
ฎีกาของจำเลยในปัญหาว่า กรณีจะเข้าอยู่ในข่ายที่จะกักกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 41 ได้หรือไม่ เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
นายพรชัย แสงขัจจ์ โจทก์ นายสง่า วัชราภรณ์ กับพวก จำเลย นางจันทร์ประพาศน์ แก้วใส ผู้ร้อง
เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ตายในระหว่างคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(1)
พนักงานอัยการจังหวัดสุพรรณบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางบุญช่วย เสือเปรม โจทก์ นายอ่ำ พันธ์แตง กับพวก จำเลย
คดีซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริงนั้น แม้จะเป็นคดีอุกฉกรรจ์มีอัตราโทษสูงเกินกว่า 5 ปี ก็ต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
พนักงานอัยการจังหวัดตาก โจทก์ นายชัยธวัช สุชาติ กับพวก จำเลย
คดีนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่า ไม้ของกลางมิใช่ไม้ที่ใช้ประกอบเป็นสิ่งปลูกสร้างแต่เป็นไม้แปรรูป เมื่อจำเลยมีไว้ในครอบครองโดยไม่รับอนุญาตก็มีความผิด การที่จำเลยฎีกาว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่เคยประกอบเป็นสิ่งปลูกสร้างบ้านเรือนมาแล้วไม่เป็นไม้แปรรูปตามกฎหมาย ไม่มีความผิดฎีกาของจำเลยเป็นการโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริง
ขุนไพโรจน์รัฐการ โจทก์ พลทหารกลม ดวงสนาม กับพวก จำเลย นายจำนงค์ สิงคิวิบูลย์ ผู้ร้อง
คดีนี้โจทก์ถึงแก่กรรมเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2507ผู้ร้องยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2508 ซึ่งเกินกำหนด 1 ปีแล้ว ศาลมีอำนาจไม่อนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่ผู้มรณะได้
นางกิมแจง รักตประวิต โจทก์ นายมาลัย ไม่ทราบนามสกุล กับพวกรวม 11 คน จำเลย
ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ก่อนไต่สวนมูลฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า คำเบิกความของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายในฟ้อง หากจะฟังว่าเป็นการเบิกความเท็จ ข้อความนั้นก็มิใช่ข้อความสำคัญในคดี จำเลยยังไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177 เท่ากับว่าเป็นการพิพากษาว่าฟ้องโจทก์ไม่มีมูลความผิดทางอาญา…
นางสาวใคร ไชยภูมิ โจทก์ นางมาล ไชยภูมิ กับพวก จำเลย นายชาดี ฤาชัยมา ผู้ร้อง
เมื่อศาลอนุญาตให้ผู้ร้องเข้าเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะแล้ว และปรากฏว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ผู้มรณะดำเนินคดี อย่างคนอนาถาในชั้นฎีกามาก่อน ผู้ร้องจึง ดำเนินคดีอย่างคนอนาถาได้เช่นเดียวกับโจทก์
นางยี่ จุ้งลก หรือแซ่โค้ว โจทก์ นางยุ้งฟ้า จุ้งลก จำเลย
ฎีกาโจทก์มีสาระสำคัญว่า สัญญาจะซื้อจะขายนาหมายจ.1 ได้ระงับไปเพราะข้อตกลงตามเอกสารล.1หรือไม่เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
นายเทพ ทองคำใส โจทก์ นายปอล้ำ แซ่ตัน จำเลย
เมื่อจำเลยถึงแก่ความตาย คดีส่วนอาญาสำหรับจำเลยที่ถึงแก่ความตายนั้น ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(1) สำหรับคดีส่วนแพ่งผู้ร้องซึ่งเป็นภรรยาจำเลยผู้ตายร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนที่จำเลยผู้ตายได้
พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นายสิน พงห์สกุล กับพวก จำเลย
คดีอาญาที่โจทก์ฟ้องจำเลยร่วมกันหลายคนนั้นถ้าจำเลยคนใดถูกศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกไม่เกินห้าปี คดีส่วนของจำเลยคนนั้นจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายพิชัย แซ่ตั้ง จำเลย
ฎีกาจำเลยในปัญหาที่ว่า ศาลอุทธรณ์จะพิพากษาเพิ่มเติมโทษจำเลยได้หรือไม่นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
นายวิโรจน์ แสงสว่าง กับพวก โจทก์ นายเกษม มานะจิตต์ จำเลย
คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ห้ามจำเลยไม่ให้ขัดขวางในการที่โจทก์จะใช้สิทธิปักเสาพาดสายไฟฟ้าเข้าบ้านของโจทก์นั้นเป็นประธาน การที่โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายมาด้วยนั้นเป็นเพียงส่วนประกอบ จึงเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์
บริษัทส่งเสริมมิตรภาพ จำกัด โจทก์ ร้อยเอกหลวงจำนงรณภักดิ์ จำเลย
ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายและผู้ครอบครอง ทรัพย์มรดกของจำเลย มีสิทธิขอรับมรดกความแทนจำเลยซึ่งถึงแก่กรรมในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้
พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี โจทก์ นายพินัย นิลศรีนวล จำเลย
ฎีกาจำเลยในปัญหาที่ว่า การดำเนินคดีอาญากับจำเลยนายอำเภอสั่งในตำแหน่งนายอำเภอไม่ได้ เพราะสุขาภิบาลเป็นนิติบุคคลต้องสั่งในนามประธานกรรมการสุขาภิบาลนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
พนักงานอัยการจังหวัดปราจีนบุรี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นางรัตน์ พัฒนกุล โจทก์ นายสงวน นามประสิทธิ์ กับพวก จำเลย
ข้ออ้างว่า จำเลยกับพวกร่วมกันปล้นและฆ่าผู้ตายเพราะผู้ตายกับพวกช่วยเหลือเจ้าพนักงานในการชี้ช่องให้จับกุมคนร้าย พรรคพวกของผู้มีอิทธิพลเริ่มเข้าหลอกล่อข่มขู่พยาน ยังไม่เป็นพฤติการณ์ที่อาจถือว่ามีการขัดขวางต่อการพิจารณาของศาลชั้นต้นหรือน่ากลัวจะเกิดความไม่สงบหรือเหตุร้าย ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา…
ร้อยเอกอิน ธนะพัฒน์ โจทก์ นายอำพร ธนะพัฒน์ กับพวก จำเลย
ฎีกาโจทก์ที่ว่ายังมีนิติกรรมฝากทรัพย์อยู่นิติกรรมยกให้เป็นนิติกรรมอำพราง โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายนั้น เป็นการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลล่างฟังต้องกันว่าโจทก์ยกที่พิพาทให้จำเลยไปแล้ว โจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายนั้น จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
นายจาง หรือกิจชาญ ยิ่งเสรี โจทก์ นางสุนีย์ หรือสุนา เจริญยิ่ง จำเลย
คดีที่มิใช่ความผิดต่อส่วนตัวเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว โจทก์ไม่มีสิทธิขอถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 35 วรรคแรก
ผู้ว่าคดีศาลแขวงนครสวรรค์ โจทก์ นายจาด พิมล จำเลย นายจาด พิมล กับพวก โจทก์ นายสมพงษ์ เนียมวงษ์สิทธิ์ จำเลย นายสมพงษ์ เนียมวงษ์สิทธิ์ โจทก์ นายจาด พิมล จำเลย
เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยเพียง 6 เดือนจำเลยจะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218