คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 25/2504 แพ่ง มี 2 ฉบับ
นายกร จาตุรจินดา โจทก์ นายลาบซิงห์ จำเลย
ฎีกาที่ขอให้วินิจฉัยว่าตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาจะปรับบทเป็นเคหะตามกฎหมายได้หรือไม่นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
ระบบตอบช้ากว่าปกติ ยังทำงานอยู่
นายกร จาตุรจินดา โจทก์ นายลาบซิงห์ จำเลย
ฎีกาที่ขอให้วินิจฉัยว่าตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาจะปรับบทเป็นเคหะตามกฎหมายได้หรือไม่นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
นายกร จาตุรจินดา โจทก์ นายลาบซิงห์ จำเลย
ฎีกาคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ที่ว่า สัญญาอาศัยที่โจทก์ฟ้องหาเป็นการฝ่าฝืนต่อ พระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าในภาวะคับขัน พ.ศ.2489 แต่อย่างใด ไม่นั้นเป็นฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย
นายเจริญ พึ่งอุทัย โจทก์ นางกิ่ง บุญธรรม จำเลย นางม้วน พึ่งอุทัย (หม้าย ผู้ร้อง
โจทก์ถึงแก่กรรมในขณะคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ผู้ร้องซึ่งเป็นภริยาและผู้รับพินัยกรรมขอเข้า เป็นคู่ความ แทนที่โจทก์ผู้มรณะได้
นายอับดุลลา กาซิม โจทก์ นายเฮม เย็นประสิทธิ์ จำเลย นางสนิ อับดุลลากาซิม ผู้ร้อง
ภริยาซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรมของโจทก์ผู้มรณะมีสิทธิร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทนโจทก์ผู้มรณะในขณะที่คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาได้
นายไต หงษ์สุวรรณ โจทก์ นายนุ้ย คำมั่น กับพวก จำเลย
คดีฟ้องขับไล่และจำเลยเถียงกรรมสิทธิ์เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายอรุณ เกษมทรัพย์ กับพวก จำเลย
ฎีกาจำเลยในประเด็นที่ว่า รถยนต์ของกลางได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี จำเลยไม่ได้ทำผิดระเบียบพิธีการ และจำเลยที่ 1 มิได้สมคบกับจำเลยที่ 2 นั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
นางประดับ โสภาวงศ์ หรือสระบุรินทร์ โจทก์ นางทองจีน สืบสมาน กับพวก จำเลย นางสำเภา สำเริง โดยนายสิน สำเริง ผู้ร้อง ผู้รับมอบฉันทะขอรับมรดกความ ผู้ร้อง ผู้ร้องขัดท
ผู้ร้องขัดทรัพย์ถึงแก่กรรมในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา บุตรซึ่งเป็นทายาทขอเข้ารับมรดกความโดยมอบฉันทะให้สามีของตนร้องขอเข้าดำเนินคดีแทนต่อไป เช่นนี้ เมื่อโจทก์จำเลยไม่คัดค้านศาลก็อนุญาตตามคำขอได้
นางลิ้ม คงสำราญ โจทก์ นายช้าง แย้มวจี กับพวก จำเลย
คดีมีทุนทรัพย์เพียง 2,500 บาท และมิใช่คดีฟ้องขอปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้นั้นเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์ จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
นายฟา พันธุเดช กับพวก โจทก์ นางเลียบ สังข์ผาด จำเลย ผู้ร้องขัดทรัพย์ จำเลย พระภิกษุเคียง กฤษแก้ว จำเลย
คดีร้องขัดทรัพย์ที่มีทุนทรัพย์ที่ร้องขัดทรัพย์ไม่เกิน5,000 บาท และศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกคำร้อง ขัดทรัพย์ นั้น ต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248
นายสิงห์คำ เกษรศรี กับพวก โจทก์ นายตั๋น สมยศ จำเลย
คดีที่ฟ้องฐานผิดสัญญาโอนกรรมิสทธิ์ที่ดินขอให้บังคับ จำเลยโอนโฉนดที่ดิน โดยมีทุนทรัพย์เพียง 2000 บาทนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 248
นายสนุ่น พุ่มพันธ์ไพบูลย์ โจทก์ นายหงษ์ อึ้งเหยา จำเลย
การขอฎีกาอย่างคนอนาถา จะต้องยื่นคำร้องมาพร้อม ฎีกาแต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลอาจผ่อนผันให้ก็ได้
นายวิชัย ชมจันทร์ โจทก์ นายซีริ้ว หรือกุ้น แซ่เฮง จำเลย
ปัญหาในข้อที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่มีประเด็นสืบ และจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านคำสั่งนั้น ศาลอุทธรณ์จึงไม่รับวินิจฉัย ดังนั้น เมื่อจำเลยฎีกาในปัญหาดังกล่าวอีกฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยส่วนฎีกาอีกข้อหนึ่งซึ่งในชั้นอุทธรณ์จำเลยอ้างว่า ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์…
บริษัทประมงไทย จำกัดฯ โจทก์ นายประสิทธิ์ ทรัพย์สาคร จำเลย
คำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งไม่รับฎีกานั้นต้องยื่นภายในกำหนด 10 วันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งไม่รับฎีกามิฉะนั้นจะเป็นการพ้นกำหนดเวลาอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234,247
น.ส.ศรีศักดิ์ เสสะเวช โจทก์ นายกีกุย แซ่โล้ว จำเลย
ปัญหาในข้อที่ศาลชั้นต้นไม่รับเมื่อจำเลยยื่นอุทธรณ์และจำเลยมิได้คัดค้านประการใด ศาลอุทธรณ์จึงมิได้วินิจฉัยในประเด็นข้อนี้ไว้นั้น เป็นปัญหาที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลอุทธรณ์ จะยกขึ้นอ้างอิงในชั้นฎีกาไม่ได้
อัยการจังหวัดนครสวรรค์ โจทก์ นายเยื้อน ทัดคำ จำเลย
ฎีกาจำเลยที่ว่า เงินที่จำเลยรับมาจากคลังตามฎีกาตั้งเบิก จำเลยมอบให้นาย ส. เสมียนเป็นผู้จ่าย มิได้สมคบกับนาย ส. ทำการทุจริตไม่ควรมีความผิดทางอาญานั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
นายเมี้ยน เพ็ชรทอง โจทก์ นางเบี้ยว ชัยคต กับพวก จำเลย
คำสั่งศาลซึ่งอนุญาตให้จำเลยขยายระยะเวลายื่นคำให้การนั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226
นางแสวง รัศมิทัต โจทก์ นางลาวัณย์ ยุกตะเสวี จำเลย
การถอนฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 175 นั้น นำมาใช้ในชั้นฎีกาได้โดยอนุโลมตาม มาตรา 246,247การที่จำเลยขอถอนฟ้องฎีกาโดยอ้างว่าโจทก์ จำเลยได้ทำความตกลงกันได้แล้ว แต่เมื่อศาลแพ่งสอบถาม โจทก์ โจทก์แถลงเพียงว่าไม่คัดค้าน เมื่อปรากฏว่าคดีนี้ ศาลฎีกาได้ทำคำพิพากษาและศาลแพ่งได้นัดอ่านแล้ว…
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ กับพวก โจทก์ นายอำนวย ช่วยเจริญสุข จำเลย
ปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอ้างว่าฟ้องโจทก์ต่างกับข้อเท็จจริงในทางพิจารณานั้น เมื่อปรากฏว่าเป็นเรื่องศาลฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่น้อยกว่าที่โจทก์ฟ้องเรียกข้อกฎหมายดังกล่าวจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย
นายมานิตย์ วงศ์สวัสดิ์ โจทก์ นายนอง วงศ์สวัสดิ์ กับพวก จำเลย
การรับรองฎีกาให้ฎีกาในข้อเท็จจริงได้นั้น จะต้องรับรองในชั้นยื่นฎีกา เพียงแต่ศาลชั้นต้นเคยรับรองให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงได้มาแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการรับรองให้ฎีกาได้ด้วย
อัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายกีเปี๊ยก แซ่แต้ กับพวก จำเลย
ฎีกาว่า พระครู น. ไม่ใช่เจ้าอาวาสวัด ต. จึงไม่ใช่ผู้เสียหายนั้นเป็นการโต้เถียงข้อเท็จจริงซึ่งศาลล่างฟังว่ายังเป็นเจ้าอาวาสอยู่ จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง