คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11/2494 แพ่ง มี 2 ฉบับ
นางฮุยเฮียง หรือฮุยเฮ็ง แซ่เต็ง จำเลย
การอ้างเอกสารเป็นพยานเพิ่มเติมนั้นจะขออ้างเอกสารเป็นพยานในชั้นฎีกาไม่ได้
ระบบตอบช้ากว่าปกติ ยังทำงานอยู่
นางฮุยเฮียง หรือฮุยเฮ็ง แซ่เต็ง จำเลย
การอ้างเอกสารเป็นพยานเพิ่มเติมนั้นจะขออ้างเอกสารเป็นพยานในชั้นฎีกาไม่ได้
นางแหน รอสูงเนิน โจทก์
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้ยกฟ้องโจทก์เพราะพยานโจทก์ไม่น่าเชื่อและแม้ฟังคำพยานโจทก์บางคนว่าเป็นความจริงก็ยังลงโทษจำเลยไม่ได้นั้น ก็เป็นเพียงเหตุผลในการยกฟ้องอีกประการหนึ่งเท่านั้น มิใช่พิพากษายืนยันว่าจำเลยได้กระทำความผิดแล้วกลับไม่ลงโทษ จึงเป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา…
อัยการจังหวัดเลย โจทก์
ฎีกาคัดค้านการที่ศาลไม่นับโทษต่อจากคดีอื่น เป็นการโต้เถียงดุลพินิจของศาล จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนให้จำคุกจำเลยเพียง 6 เดือนจึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 218
นายวันนา อ่ำสถาน โจทก์
ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินให้แก่โจทก์ตามสัญญาจะซื้อขาย ศาลล่างทั้งสองได้ดำเนินคดีอย่างไม่มีทุนทรัพย์ตลอดมาดังนี้ เมื่อเป็นเรื่องคู่ความพิพาทกันในกรรมสิทธิ์ที่ดินจึงเป็นคดีมีทุนทรัพย์ ต้องตีราคาที่ดินที่พิพาทก่อนว่าคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ ดังนั้นศาลฎีกามีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นสอบถามคู่ความและตีราคาที่ดินพิ…
นายสอง ครสิงห์ จำเลย
คดีที่ฟ้องขอไถ่ที่นาคืนและจำเลยต่อสู้กรรมสิทธิ์นั้นเป็นคดีมีทุนทรัพย์ เมื่อทุนทรัพย์ที่กล่าวมาในฟ้องเป็นราคา 4,000 บาท จึงไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริง
นายกอง เจนชัย นางเหลี่ยม เจนชัย นางเจียม จำเลย
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเงินสินสอดและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำขอเรื่องค่าเสียหายนอกนั้นยืนตามศาลชั้นต้น เป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อคดี มีทุนทรัพย์ไม่เกิน2,000 บาทจึงต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงปัญหาข้อกฎหมายที่มิได้ ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ไว้ในศาลชั้นต้นจะยกขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้
นางขำ ป้องภัย ผู้ร้อง
คำร้องขอเพิ่มเติมฎีกาต้องยื่นภายในอายุความฎีกา
นางกิมจันทร์ พรหมจันทร์ โจทก์
คดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นยกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่ได้จากการไต่สวนไม่พอฟังว่าคดีมีมูล เช่นนี้ เป็นการยกฟ้องในข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219
นายคล้าย จำปา โจทก์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้จำคุกจำเลย 5 ปีโดยฟังว่า จากพยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพ ของจำเลยในชั้นศาล ฟังได้แน่นอนว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้อง จำเลยฎีกาว่าเป็นคดีอุกฉกรรจ์และมหันตโทษ โจทก์ไม่มีพยานสืบตามคำรับของจำเลยว่าจำเลยกระทำผิดจริง ลงโทษจำเลยไม่ได้ ดังนี้ เป็นการเถียงว่าโจทก์ไม่มีพยานสืบประกอบคำรับของ…
นางเหรียญ ภู่ภักดี โจทก์
คดีนี้ศาลล่างฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่า โจทก์สืบไม่สมว่าได้ครอบครองมรดกมาฝ่ายเดียว ดังนั้นการที่โจทก์ฎีกาว่าตามคำพยานโจทก์ฟังได้ว่าโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทหลังจากเจ้ามรดกวายชนม์มา 5 ปี จึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
นายยู้ หรือโอภาศ นายประกัน
เมื่อจำเลยตายในระหว่างฎีกา คดีอาญาย่อมเป็นอันระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(1)
นายสุข เป็งดี โจทก์
ข้อกฎหมายที่ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลอุทธรณ์แล้วนั้นแม้มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น เพราะเป็นข้อกฎหมายที่เกิดจากคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเอง ก็ย่อมยกขึ้นฎีกาได้ เพราะเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่มิอาจยกขึ้นกล่าวมาแต่ศาลชั้นต้นได้
นายเฉ้งจ๋วน แซ่จึ้ง จำเลย
คำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกานั้นต้องยื่นภายใน 10 วัน นับแต่วันฟังคำสั่ง
พนักงานอัยการจังหวัดอ่างทอง โจทก์
คดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 1 ปี 4 เดือนและศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้รอการลงอาญาจำเลยไว้ภายในกำหนด 5 ปีนั้น เป็นการแก้มาก ไม่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218
อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายจุ๊บ หรือ ประเสริฐ แซ่ล้อ ที่ 1, นายย่งเซียะ แซโต๋ว ที่ 2, นายจิว หรือ ไค เฮง แซ่เล้า ที่ 3,
แม้โจทก์จะร้องขอให้ศาลนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีก่อน ศาลก็ใช้ดุลยพินิจให้นับโทษจำเลยตั้งแต่วันต้องขังในคดีหลังโดยไม่นับโทษต่อจากคดีก่อนตามโจทก์ขอได้ทั้งนี้เพราะ ก.ม. ลักษณะอาญามาตรา 32 ได้ให้อำนาจศาลใช้ดุลยพินิจได้
อัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายพร สูงสุด ที่ 1, นายพงษ์ พจน์ที่ 2 นางพวง ศรจิตติ ที่ 3, น.ส.ริ้ว พิฒิอุทธ์ที่ 4 โจทก์
ฟ้องหาว่า จำเลยกระทำผิดฐานยักยอกหรือลักทรัพย์โดยบรรยายฟ้องในตอนต้นกล่าวหาว่า จำเลยรับมอบทรัพย์แล้ยักยอกทรัพย์ แต่ตอนหลังกลับกล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์แล้วอ้างบทมาตราขอให้ลงโทษทั้งความผิดฐานลักทรัพย์แลยักยอก ดังนี้ เป็นฟ้องที่ขัดแย้งกันอยู่ในตัว ทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาไม่ได้ว่าข้อเท็จจริงตามฟ้องเป็นอย่างไรแน่…
นายถม สุวัณณุสส์ โจทก์ นายสมุพร หรือ มานิต วัชรพันธ์ ล. นายหล่า วัชรพันธ์ ผู้ร้องสอด
ผู้เช่าห้องแถวยอมให้ผู้อื่นเข้ามาทำการขายหนังสือพิมพ์อยู่ในห้องเช่ารายนี้โดยให้ผู้นั้นออกค่าเช่าให้ตนครึ่งหนึ่ง ดังนี้ ย่อมถือได้ว่าผู้เช่าได้ให้บุคคลภายนอกเช่าช่วงห้องตามความใน ป.ม.แพ่งฯมาตรา 544 แล้ว
อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายฟัก บัวศรี ล.
จำเลยขับรถรางมาในระยะไกลได้เห็นรถยนต์ขวางทางรถรางอยู่แต่เข้าใจว่ารถยนต์คงถอยหลังพันรางไปเสียทันก่อนที่รถรางจะแล่นไปถึง จึงมิได้หยุดรถราง คงปล่อยให้แล่นเรื่อยไป จนชนรถยนต์ที่ขวางทางอยุ่นั้น ดังนี้ถือได้ว่า จำเลยประมาทผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก การวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ ศาลล่างฟังมาว่าจะ+ประมาทปรืไม่นั้นเป็นข้อกฎหมาย
นางสาวประสงค์ เนียวกุล โจทก์ นายกิตตกวง ซื้อธวัช ที่ 1, นายบวร ชูแสงกุล ที่ 2, นายเทียม ซื้อธวัช ที่ 3 ล.
จำเลยยื่นคำร้องขออ้างพยานเพิ่มเติม ภายหลังที่สืบพยานโจทก์แล้ว และในคำร้องก็อ้างแต่เพียงว่าเป็นพยานสำคัญเกี่ยวกับประเด็นเท่านั้นมิได้แสดงให้เห็นว่า มีเหตุสมควรหรือจำเป็นอย่างไรดังที่บัญญัติไว้ใน ป.ม.วิ.แพ่งมาตรา 88 วรรคท้ายนั้นศาลไม่อนุญาตจึงเป็นการชอบแล้ว
นางพร้อม แก้วเกตุ ที่ 1, นายชิ้น แก็เกตุที่ 2 โจทก์ นายดง สิทธิการที่ 1, น.ส. ประไพ สิทธิการที่ 2 ล.
โจทก์เคยถูกจำเลยฟ้องเรียกค่าเสียหาย โจทก์ก็ได้ให้การต่อสู้และฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากจำเลยบ้างในที่สุดได้ทำสัญญาประณีประนอมยอมความกัน และศาลได้พิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามยอมนั้นจนคดีถึงที่สุดแล้วแต่หาได้จัดการให้เป็นไปตามสัญญายอมความกันไม่ ดังนี้ โจทก์จะมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยใหม่…